About Kids

ครบขวบ ลูกยังไม่เดิน

พ่อแม่หลายคู่ เมื่อเห็นเด็กวัยเดียวกับลูกตัวเอง อายุยังไม่ถึงขวบ ก็เดินกันได้แล้ว แต่ลูกเรา ครบขวบ ลูกยังไม่เดิน ก็มักจะกังวล และตั้งคำถามว่า ทำไมยังเดินไม่ได้อีกนะ? ลูกเราผิดปกติอะไรหรือเปล่า?  เพราะความที่ห่วงใย พัฒนาการของลูก  จึงอดไม่ได้ ที่จะเอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบ กับลูกคนอื่นไม่ได้ 

จริงอยู่ที่ในช่วงวัย 10 – 12 เดือน ของทารกนั้น พัฒนาการ ทางด้านเคลื่อนไหวที่สำคัญ คือการเกาะราว และลุกขึ้นยืนได้เอง และอาจเดินก้าวแรกได้ด้วย โดยจะก้าวได้เอง เมื่ออายุครบ 12 เดือน แต่นั่นไม่ใช่ เกณฑ์มาตรฐาน ที่จะนำมาใช้ตัดสินว่าลูก ครบขวบ ลูกยังไม่เดิน เป็นสิ่งผิดปกติ เพราะเด็กแต่ละคน ไม่เหมือนกัน

การเดิน ต้องใช้ความแข็งแรงของขา เพื่อที่จะรองรับน้ำหนัก ของตัวลูกเอง ในขณะเดียวกัน การเดินยังต้องใช้ ความแข็งแรง ของข้อเท้า สะโพก และ ทักษะการทรงตัว อีกด้วย ลูกน้อยต้องผ่านความยากลำบาก และมีความพร้อมของร่างกาย มากขนาดไหน    ดังนั้นเมื่อ ลูก 1 ขวบยังไม่เดิน คุณพ่อคุณแม่ ยังไม่ต้องกังวลจนเกินไป ยังพอจะมีเวลา ที่จะฝึกให้ลูกให้เดินได้

การที่ลูกเดินช้า แท้จริงแล้วอาจ เป็นผลจากการเลี้ยงดู ที่คุณพ่อคุณแม่ หรือคนใกล้ชิด อุ้มเด็กตลอดเวลา จนเด็กรู้สึกว่า การเดิน หรือการคลาน ยังไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ในตอนนี้ จึงทดแทนด้วย พัฒนาการด้านอื่น ๆ ที่พัฒนาขึ้น อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเด็กเรียนรู้ และได้รับการกระตุ้นว่า ถึงเวลาที่จะต้องเริ่มเดิน หรือ เริ่มช่วยเหลือตัวเองแล้ว เด็กก็จะมีความพยายาม ที่จะหัดเดินมากขึ้นเอง

ครบขวบ ลูกยังไม่เดิน

การสังเกตุพัฒนาการด้านการเดินของลูก

ก่อนที่จะมานั่งกังวลใจว่าทำไมลูกยังไม่เดิน คุณแม่ลองมาเรียนรู้ถึง พัฒนาการด้านการเดินของเด็กกันดูก่อน

  • 3 – 4 เดือน ในท่านอนคว่ำ ลูกใช้แขนยันตัวเอง จนหน้าอกพ้นพื้นได้เล็กน้อย เป็นการฝึกกล้ามเนื้อลำตัวให้แข็งแรง เพื่อเตรียมพร้อม สำหรับการนั่ง และยืนต่อไป
  • 5 เดือน เด็กจะถีบตัว ขึ้น – ลง บนพื้น เวลาที่คุณแม่ประคองลำตัวไว้ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง
  • 6 ถึง 10 เดือน ลูกจะเรียนรู้การนั่งเอง โดยไม่ล้ม และ คลานได้ เป็นการฝึกระบบการทรงตัว ของร่างกาย และฝึกการเคลื่อนไหว ที่ต้องประสานกัน ทั้งซ้าย และขวา ของแขนขา
  • 9 ถึง 15 เดือน เด็กจะเหนี่ยวตัวเองขี้นยืน และเริ่มตั้งไข่ ก่อนที่จะก้าวเดินออก ไปข้างหน้าด้วยตัวเอง
  • 14 ถึง 15 เดือน เด็กจะเดินได้เอง โดยใช้เวลาขวบปีแรก ฝึกฝนกล้ามเนื้อ และระบบการทรงตัวมาก่อน

สิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งผลต่อการหัดเดิน

  • พื้นบ้านบริเวณที่หัดเดิน ควรปูด้วยแผ่นรองคลาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก กรณีที่ล้ม
  • การแต่งกายของลูก แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ เปิดโล่งบริเวณฝ่าเท้า ไม่ควรใส่ชุดที่เท้าหรือใส่รองเท้า เพราะเท้าเปล่าจะกระตุ้นให้ลูกทรงตัว และเคลื่อนไหวร่างกายดีกว่า
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ควรเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปแผ่นบาง ที่่ช่วยซึมซับได้ดี ไม่ควรหนาตุงจนขันขวางการเดินของลูก
ครบขวบ ลูกยังไม่เดิน

เทคนิคช่วยลูกหัดเดิน

เป็นแบบอย่างให้ลูกๆ ฝึก : การฝึกให้ลูกเดินนั้น พ่อแม่ควรคอยช่วยเหลือ ชักจูง และเป็นแบบอย่างให้ลูก โดยเฉพาะช่วงกำลังหัดยืน หัดเดิน อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ข้อดี คือ นอกจากจะป้องกันอันตรายให้ลูกแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้าง ความมั่นใจให้กับลูกอีกด้วย

ดึงลูกน้อยให้ยืน : ปล่อยให้ลูกน้อยจับนิ้วมือของคุณ และดึงพวกเขาขึ้น ให้อยู่ในท่ายืน เพื่อให้พวกเขารับน้ำหนัก ของตัวเองเป็นพื้นฐาน ปล่อยให้พวกเขาเดินไปมาขณะที่คุณประคองใต้แขนของพวกเขา

ยิ่งลูกน้อยของคุณใช้เวลา ออกกำลังขาของพวกเขามากเท่าไร พวกเขายิ่งจะเริ่ม พยายามก้าวเท้าเดินด้วยตัวเองเร็วขึ้นเท่านั้น

การจับลูกน้อยของคุณไว้ ในขณะที่พวกเขายืนอยู่ จะช่วยให้ขาของพวกเขาตรงขึ้น และป้องกันไม่ให้ขาโก่งในภายหลัง อาการขาโก่งมักจะหายไป เมื่อลูกของคุณอายุ 18 เดือน แต่ปัญหานี้ อาจจะยังคงอยู่จนพวกเขาอายุ 3 ขวบก็ได้

ใช้ของเล่นวางล่อ :แรงจูงใจที่จะสร้างให้ลูกนั้น อาจเป็นของเล่นที่ลูกชอบวางล่อไว้ใกล้ ๆ และ พ่อแม่คอยล่อให้ลูก พยายามเคลื่อนไหวเข้าไปหา

ไม่ควรรีบร้อนเร่งรัดลูก : พ่อคุณแม่ไม่ควรรีบร้อนเร่งรัด ให้ลูกเดินเร็วกว่าความสามารถของเขา ปล่อยไปตามธรรมชาติ ของพัฒนาการของลูกจะดีกว่า

จัดสถานที่ให้เหมาะสม : การจัดสถานที่ให้เหมาะสม ก็เป็นสิ่งจำเป็น พื้นไม่ควรแข็งเกินไป เช่น เป็นพื้นปูน หรือ หิน ควรมีที่ให้ลูกเกาะยืนเดินได้ และ มีบริเวณกว้างขวาง พอที่จะค่อย ๆ หัดก้าวเดิน ที่สำคัญคือ ไม่มีของวางขวางเกะกะ ถ้ามีขอบโต๊ะ หรือมุม ก็ควรจะมีฟองน้ำ หรือผ้านุ่ม ๆ บุกันไว้ เพื่อป้องกันอันตราย

ไม่ควรใช้รถหัดเดิน : การใช้รถหัดเดิน นอกจากไม่ช่วยให้ระบบการทรงตัว และการเคลื่อนไหว ของร่างกายพัฒนาไปตามปกติแล้ว ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้นด้วย

ไม่ต้องซื้อรองเท้าสำหรับเดินในบ้าน : ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อรองเท้าให้ลูกน้อยเพราะว่ารองเท้าที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยของคุณ คือ การไม่ใส่รองเท้าเลย

ตราบใดที่พื้นผิวภายในบ้านสะอาด และปลอดภัยต่อการเดินของลูกน้อย ก็ปล่อยให้พวกเดินและสำรวจด้วยเท้าเปล่า (หรือถุงเท้ากันลื่น) ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อช่วยสร้างกล้ามเนื้อเท้า และข้อเท้า ช่วยให้ส่วนโค้ง ของพวกเขาพัฒนา และช่วยให้พวกเขา เรียนรู้การทรงตัว และความสัมพันธ์ในการทำงานของอวัยวะ

ถ้าลูกน้อยของคุณ กำลังจะไปหัดเดินนอกบ้าน รองเท้าควรมีน้ำหนักเบา และยืดหยุ่น หลีกเลี่ยงรองเท้าบู๊ตสูง หรือ รองเท้าผ้าใบแบบสูง เพราะว่า การพยุงข้อเท้ามากเกินไป อาจจะชะลอการเคลื่อนไหว ทำให้ลูกน้อยเดินได้ช้าลง

ปล่อยให้ล้มบ้างตราบใดที่ยังปลอดภัยอยู่ :  เมื่อลูกน้อยเริ่มเดิน พวกเขาอาจจะผงกหัว เซ และแม้กระทั่ง ล้มทิ้งตัวแหมะในขณะที่พวกเขา พยายามจะพัฒนาทักษะ การเดินของพวกเขาให้ดีขึ้น

ตราบใดที่บ้านของคุณมีการป้องกันให้ ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กเล็ก ที่กำลังเดิน และคุณเฝ้าดูพวกเขา อย่างระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ก็อย่าเครียดกับการล้ม ลูกเพียงแค่ตกใจ ไม่ได้บาดเจ็บอะไร

ขอบคุณภาพจาก Freepik

Tags
Back to top button
Close