Lifestyle

ฟ้าทะลายโจร

หนึ่งในสมุนไพรที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างมากในช่วงนี้ ก็คือ ฟ้าทะลายโจร ประเด็นหลักที่ทำให้ฟ้าทะลายโจรขึ้นมาเป็นเรื่องที่คนสนใจกันมากมายก็คือ ใช้ป้องกันโควิด-19 ได้ จริงหรือไม่ ก่อนที่สร้างความสับสนและเข้าใจผิดให้แก่สังคม กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ออกมาย้ำสรรพคุณยาฟ้าทะลายโจรว่า รักษาอาการหวัดได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะใช้ป้องกันโควิด 19 ส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้วใช้ได้แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

เราละเรื่องฟ้าทะลายโจรกับโควิด-19 เอาไว้ให้ผู้รู้ นักวิจัย นักวิชาการ เค้าว่ากันไปดีกว่า วันนี้ MamyKid ชวนคุณ ๆ มาสนใจเฉพาะ เรื่องของ ฟ้าทะลายโจร ที่ได้การยอมรับและพิสูจน์กันมาแล้วดีกว่าค่ะ

รู้จักกับ ฟ้าทะลายโจร  

ชื่อวิทยาศาสตร์ – Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.ex Nees
ชื่อสามัญ  – Kariyat , The Creat
วงศ์ – Acanthaceae
ชื่ออื่น –ฟ้าทะลาย หญ้ากันงู น้ำลายพังพอน เมฆทะลาย ฟ้าสะท้าน

ฟ้าทะลายโจร

ถิ่นกำเนิด – เป็นไม้ล้มลุกในตระกูลเดียวกับโหระพาหรือกะเพรา มีถิ่นกำเนิดและพบแพร่กระจาย ตามประเทศต่าง  ๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งจัดเป็นสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชีย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย จีน  ศรีลังกา ไทย โดยนิยมนำส่วนของใบและลำต้นใต้ดินทาทำเป็นยารักษาโรค โดยเป็นพืชล้มลุกที่มีรสขมจัด จนขึ้น ชื่อว่าเป็นจ้าวแห่งความขม ในปัจจุบันสามารถพบฟ้าทะลายโจรได้ทั่วไปในประเทศไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย  อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน อินเดีย ศรีลังกา และหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน  

ลักษณะทั่วไป – เป็นไม้พุ่มเตี้ยสูง 40–80 เซนติเมตร ลำตันลักษณะสี่เหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขามาก ทั้งต้นมีรส ขมมาก ใบออกตรงข้ามกัน ตัวใบยาวรีปลายใบเรียวแหลม ยาว 2-8 เซนติเมตร กว้าง 1-3 เซนติเมตร ขอบใบมี รอยหยักเล็กน้อยเกือบเรียบ ก้านในสั้นจนแทบจะเรียกว่า ไม่มีก้านใบ ดอกออกจากซอกใบหรือที่ปลายกิ่ง กลีบ เลี้ยงมีสีเขียว ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ส่วนโคนติดกันปลายแยกเป็น 5 กลีบเรียวแหลม กลีบดอกติดกันเป็น หลอดสีขาว ปลายแยกเป็นสองซีกใหญ่ ๆ คล้ายปาก ซีกบนขนาดใหญ่กว่าซีกล่าง

ผลเป็นฝักทรงกระบอกแบนมีร่องลึกตรงกลาง  ฝักยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร กว้าง 0.5 เซนติเมตร ฝักแก่ แล้วแตกตามรอยข้าง ฝักแบ่งเป็น 2 ซีก เมล็ดสีส้มแดงแข็ง ดูค่อนข้างโปร่งแสง ฝักหนึ่งมีหลายเมล็ด

ฟ้าทะลายโจร

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

มีสาระสำคัญที่ออกฤทธิ์ทางยาสมุนไทรอยู่ 3 สารด้วยกัน โดยเป็นสารในกลุ่ม Lactone ซึ่งก็คือ สารแอดโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) , สารนีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (Neo-Andrographolide), และสาร 14-ดีอ๊อกซี่แอนโดรกราโฟไลด์ (14-Deoxy-Andrographolide) เป็นต้น โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพร ได้แก่ ใบสด ใบแห้ง และทั้งต้น โดยจะเก็บใบมาใช้ได้เมื่อต้นมีอายุได้ราว 3-5 เดือน

สรรพคุณ

ฟ้าทะลายโจร ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมไปถึงช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้จับกินเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

  • มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • ใบใช้เป็นยาขมช่วยทำให้เจริญอาหาร
  • ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ต้นฟ้าทะลายโจร กระชาย และว่านเอ็นเหลือง นำมาทำเป็นยา
  • ช่วยป้องกันและแก้อาการหวัด คัดจมูก ด้วยการใช้ใบและกิ่งประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่ม ดื่มก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หรือในขณะที่มีอาการ
  • ช่วยแก้อาการปวดหัวตัวร้อน อาการปวดหัวแบบไม่มีสาเหตุ ด้วยการใช้ใบและกิ่งประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่มก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หรือในขณะที่มีอาการ
  • สรรพคุณช่วยแก้ไขทั่ว ๆ ไป อาการปวดหัวตัวร้อน เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
  • ช่วยรักษาไข้ไทฟอยด์ ด้วยการรับประทานฟ้าทะลายโจนก่อนอาหาร ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากนั้น ให้กินยาบำรุงเพื่อฟื้นฟูกำลังของผู้ป่วยร่วมด้วย
  • ช่วยแก้อาการไอ ลดน้ำมูก และช่วยฆ่าเชื้อที่จมูก ด้วยการใช้ใบมาทำเป็นยาผงแล้วนำมาสูดดม
  • ลดและขับเสมหะ ด้วยการใช้ใบมาทำเป็นยาผงและนำมาใช้สูดดม
  • ช่วยระงับอาการอักเสบ แก้อาการเจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ด้วยการใช้ใบมาทำเป็นยาผงและนำมาใช้สูดดม
  • ช่วยอาการติดเชื้อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน เป็นบิด ด้วยการใช้ทั้งต้น (ส่วนทั้ง 5 ของฟ้าทะลายโจร) นำมาผึ่งลมให้แห่งแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กำมือ (น้ำหนักประมาณ 3-9 กรัม) แล้วนำมาต้มกับน้ำ ดื่มตลอดทั้งวัน
  • แก้อาการร้อนใน ด้วยการใช้ใบตากแห้ง 15 กรัม และเตยหอมสดหั่นแล้ว 15 กรัม นำมาต้มกับน้ำพอท่วมยาจนเดือด ใช้ดื่มก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น จะช่วยทำให้อาการร้อยในดีขึ้น แต่ถ้าอยากให้หายขาด แนะนำว่าไม่ต้องดื่มน้ำหลังอาหารมากเกินไป รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และออกกำลังกายทุกวัน อาการร้อนในก็จะหายไปในที่สุด
  • มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ
  • มีฤทธิ์ช่วยในการลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูก
  • มีส่วนช่วยลดการติดเชื้ออหิวาตกโรคในอุจาระ แต่อาจจะไม่ดีเท่าการใช้ยาเตตราไซคลีนในการรักษา แต่ก็สามารถใช้ทดแทนกันได้
  • ช่วยรักษากระเพาะลำไส้อักเสบ
  • มีสรรพคุณช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยเร่งให้ตับสร้างน้ำดี
  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวง ด้วยการรับประทานฟ้าทะลายโจรก่อนอาหาร และก่อนนอน ครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง จะช่วยทำให้อาการเลือดออก หรืออาการปวดถ่วงหายไป ทำให้ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • ช่วยรักษาโรคตับ ด้วยการรับประทานฟ้าทะลายโจรก่อนอาหารวันละ 2-3 เม็ด วันละ 3 ครั้ง (ควรใช้ยาบำรุงชนิดอื่นด้วย)
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ฝี แผลฝี ด้วยการใช้ใบค่อนข้างแก่ประมาณ 1 กำมือ แล้วเอาเกลือ 3 เม็ด นำมาตำผสมรวมกันในครกจนละเอียด แล้วเอาสุราครึ่งถ้วยชา น้ำครึ่งช้อนชาใส่รวมลงไป คนให้เข้ากัน แล้วเทดื่มค่อนถ้วยชา ส่วนกากที่เหลือนำมาพอกแผลฝี แล้วใช้ผ้าสะอาดพักไว้ ตอนพอกเสร็จใหม่ ๆ อาจจะรู้สึกปวดบ้างเล็กน้อย
  • ช่วยรักษาแผลอักเสบที่เกิดจากโรคเบาหวาน ด้วยการรับประทานเป็นยาฟ้าทะลายโจรแบบเม็ด และการใช้ทาเพื่อรักษาอาการ
  • ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดหนองได้
  • ช่วยรักษาโรคงูสวัด ด้วยการรับประทานยาฟ้าทะลายโจรก่อนอาหาร 2-3 เม็ด วันละ 3 ครั้งเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ เนื่องจากงูสวัดคือเชื้อไวรัสที่จะอยู่นาน 3 สัปดาห์ ถ้าใช้รักษาให้ครบตามเวลา ก็จะทำให้ไม่กลับมาอีก
ฟ้าทะลายโจร

ตำรับยาและวิธีใช้

ยาชง – เอาใบสดหรือแห้งก็ได้ ประมาณ 5-7 ใบ แต่ใบสดจะดีกว่า เติมน้ำเดือดลงจนเกือบเต็มแก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง หรือพอยาอุ่น แล้วรินเอามาดื่ม ขนาดรับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ  3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน

ยาเม็ด (ลูกกลอน) – เด็ดใบสดมาล้างให้สะอาดผึ่งในที่ร่ม ห้ามตากแดด ควรผึ่งในที่มีลมโกรก ใบจะได้แห้งเร็ว บดเป็นผงให้ละเอียด ปั้นกับน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม เป็นเม็ดขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง (หนัก 250 มิลลิกรัม) แล้วผึ่งลมให้แห้ง   เพราะถ้าปั้นรับประทานขณะที่ยังเปียกอยู่จะขมมาก ขนาดรับประทานครั้งละ 4-10 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร และก่อนนอน

 แค๊ปซูล – เปลี่ยนจากผงยาที่ได้จะปั้นเป็นยาเม็ด เอามาใส่ในแค๊ปซูล เพื่อช่วยกลบรสขมของยา แค๊ปซูล ที่ใช้ ขนาดเบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม) ขนาดรับประทานครั้งละ 3-5 แค๊ปซูล วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร ก่อนนอน

 ยาทิงเจอร์หรือยาดองเหล้า – เอาผงแห้งใส่ขวด แช่สุราที่แรง ๆ เช่น สุราโรง 40 ดีกรี ถ้ามี alcohol ที่รับประทานได้ (Ethyl  alcohol) จะดีกว่าเหล้า แช่พอให้ท่วมยาขึ้นมาเล็กน้อย ปิดฝาให้แน่น เขย่าขวดวันละ 1 ครั้ง พอครบ 7 วัน จึงกรองเอาแต่น้ำ เก็บไว้ในขวดให้สะอาดปิดสนิท รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ (รสขมมาก) วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร 

 ยาผงใช้สูดดม – นำยาผงที่บดละเอียด มาใส่ขวดหรือกล่องยา ปิดฝาเขย่าแล้วเปิดฝาออก ผงยาจะเป็นควันลอยออกมา  สูดดมควันนั้นเข้าไป ผงยาจะติดที่คอทำให้ยาไปออกฤทธิ์ที่คอโดยตรง ช่วยลดเสมหะ และแก้เจ็บคอได้ดี วิธีที่ดีกว่านี้คือวิธีเป่าคอ กวาดคอ หรือรับประทานยาชง ตรงที่คอจะรู้สึกขมน้อยมาก ไม่ทำให้ขยาดเวลาใช้ ใช้สะดวกและง่าย มาก ประโยชน์ที่น่าจะได้รับเพิ่มก็คือ ผงยาที่เข้าไปทางจมูก อาจจะช่วยลดน้ำมูก และช่วยฆ่าเชื้อที่จมูกด้วย สูดดมบ่อย ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ให้หยุดยาไปสักพัก จนความรู้สึกนั้นหายไป จึงค่อยสูดใหม่

ฟ้าทะลายโจร

ข้อควรระวังในการรับประทาน ฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจร ค่อนข้างปลอดภัยต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสม แต่บางรายอาจเกิดผลข้างเคียงตามมาหลังการรับประทานเล็กน้อย เช่น ไม่อยากอาหาร อาเจียน ท้องเสีย ผื่นขึ้น ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล หรือเหนื่อยง่าย     

การรับประทานฟ้าทะลายโจรในรูปแบบสารสกัดผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น โดยเฉพาะโสมไซบีเรีย (Siberian Ginseng) ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 3 เดือน และควรระมัดระวังการรับประทานสมุนไพรชนิดนี้ในปริมาณเข้มข้นสูงหรือใช้ติดต่อเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ต่อมน้ำเหลืองบวม เกิดปฏิกิริยาแพ้อย่างรุนแรง เอนไซม์ตับสูงขึ้น หรือมีอาการอื่น ๆ ตามมา รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานฟ้าทะลายโจรในกรณีต่อไปนี้

  • การรับประทานฟ้าทะลายโจรค่อนข้างปลอดภัยต่อเด็กและทารกหากใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ และการใช้ฟ้าทะลายโจรร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 1 เดือน
  • หญิงมีครรภ์และคุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทาน เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแท้งและยังไม่มีหลักฐานยืนยันความปลอดภัยต่อทารกที่ดื่มนมแม่
  • ผลการทดลองในสัตว์พบว่าฟ้าทะลายโจรอาจรบกวนระบบการสืบพันธุ์ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันผลในคนในปัจจุบัน ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก (Infertility) หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์จึงควรหลีกเลี่ยงที่รับประทาน
  • ฟ้าทะลายโจรอาจกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ไวต่อการทำงานมากขึ้น ผู้ป่วยในกลุ่มโรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคลูปัสหรือโรคเอสแอลอี โรคข้อรูมาตอยด์ หรือสภาวะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรรับประทานสมุนไพรชนิดนี้
  • ฟ้าทะลายโจรอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออกผิกปกติหรือรอยฟกช้ำได้ง่าย ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติจึงควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทาน รวมถึงผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดควรหยุดใช้สมุนไพรนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ฟ้าทะลายโจรอาจส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลง แต่ยังไม่มีผลการยืนยันผลต่อการใช้ในคน ผู้ที่มีภาวะความต่ำจึงไม่ควรรับประทาน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • ผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานฟ้าทะลายโจรทุกครั้ง เนื่องจากยาบางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันของยาและสมุนไพร เช่น ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด   

อย่างไรก็ตาม การรับประทานฟ้าทะลายโจร เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคหรือภาวะผิดปกติบางอย่างยังคงต้องหาหลักฐานยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย จึงไม่ควรรับประทานตามคำอ้างต่าง ๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

ปลูกฟ้าทะลายโจรขายดีไหม

ในประเทศไทยมีการจำหน่ายฟ้าทะลายโจรในรูปแบบ “ฟ้าทะลายโจรแบบผงอัดเม็ด” และ “ฟ้าทะลายโจรแคปซูล” สำหรับแก้อาการโรคหวัด เจ็บคอ และฟ้าทะลายโจรเติบโตดีในประเทศไทย จึงเป็นพืชสมุนไพรที่น่าจับตามองในช่วงหลังโควิดระบาด หากศึกษาวิธีการปลูก และการจำหน่าย ก็เป็นพืชที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยให้ผลผลิต 2,000 – 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นสัดส่วนผลผลิตสด ต่อ ผลผลิตแห้งได้ 4 : 1

หลังจากมีข่าวว่ามีผลยืนยันช่วยยับยั้งเชื้อโควิด-19 ในระดับหลอดทดลอง ก็ทำให้มีความต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้น

ต้นฟ้าทะลายโจร

ถ้าคุณอยากปลูกฟ้าทะลายโจร แนะนำให้ศึกษาวิธีการปลูกได้จากแหล่งข้อมูลของโครงการส่งเสริมสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพราะมีระบบการจัดการปลูกฟ้าทะลายโจรที่ประสบผลสำเร็จทั้งการควบคุมการปลูก และจัดจำหน่าย โดยทางมูลนิธิได้ให้คำแนะนำในการปลูกไว้ครบทุกกระบวนการ ดังนี้

เตรียมดิน ด้วยการไถกลบวัชพืช ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ตากดินไว้ 2 สัปดาห์ก่อนปลูก

เตรียมพันธุ์กล้า เลือกปลูกจากเมล็ดเพื่อเพาะพันธุ์ที่แข็งแรง ไม่มีโรค

เตรียมแปลงปลูกฟ้าทะลายโจร ยกแปลงสูง 15 – 20 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร แปลงยาว 3-5 เมตรตามพื้นที่ เพื่อให้ต้นเติบโตได้พอดีกันในแต่ละแปลง

ปลูก หว่านลงแปลงในอัตราส่วนเมล็ดผสมทรายหยาบในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 – 2 หรือโรยเมล็ดเป็นแถวขวางแปลงระยะห่าง 50 เซนติเมตร หรือเพาะกล้าลงถาดแล้วค่อยย้ายลงหลุม

ให้น้ำ รดน้ำสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น แต่หลังจาก 60 วัน ลดปริมาณได้ตามความเหมาะสม

ให้ปุ๋ย ทำในช่วงเตรียมดิน และหลังจากนั้น 15 วัน ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 125 กรัมต่อต้น หรือ 300-400 กรัมต่อ 1 ตร.ม. หว่านกระจายให้ทั่วแปลง

เก็บเกี่ยว ผู้ปลูกควรเก็บเกี่ยวในช่วงวันที่ 110 เป็นต้นไปหลังต้นออกดอก จนถึงดอกบานได้ 30% ไม่ควรเก็บหลังจากนั้นเพราะจะทำให้ได้สารที่เป็นตัวยาน้อย และตัดเหนือดินห่างโคน 4 ข้อ ความยาว 5 – 10 เซนติเมตร

หลังเก็บเกี่ยว แยกวัชพืชที่ปะปนมา และล้างน้ำทำความสะอาด ตัดเป็นท่อนยาว 2 – 3 เซนติเมตรแล้วผึ่งให้แห้งด้วยวิธีตากบนพื้นสะอาด หรือเข้าเครื่องอบลมร้อน 50 องศาเซลเซียส 8 ชั่วโมง แล้วลดอุณหภูมิเหลือ 40 – 45 องศาเซลเซียส จนต้นแห้งสนิท

ขอบคุณภาพจาก Freepik

Tags
Back to top button
error: Content is protected !!
Close