About Kids

ลูกติดขวดนม

คุณแม่หลายคนอาจจะกำลังประสบปัญหา ลูกติดขวดนม  หรือ แค่เพียงวิตกกังวลว่า “ลูกเราจะติดขวดนมหรือเปล่านะ” บางคนอาจกังวลใจว่าลูกควรหย่าขวดนมตอนอายุเท่าไหร่ถึงจะดี หรือทำอย่างไรให้ลูกเลิกดูดขวดนมเสียที หากคุณกำลังตั้งคำถามเหล่านี้อยู่ MamyKid ไปสรรหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ

ทำไมลูกถึงติดขวดนม

เชื่อหรือไม่ว่า คุณแม่ทั้งหลายนั่นแหล่ะ คือต้นเหตุหลักที่ทำให้ ลูกติดขวดนม ทำไมจึงกล่าวเช่นนี้ ? ก็เพราะคุณแม่หลายคน มักปล่อยให้ลูกดื่มนมจากขวด เพื่อตัดปัญหาการงอแงของลูก และเพื่อความสะดวกในการป้อนนมของคุณแม่เอง ในขณะที่คุณแม่อีกหลาย ๆ คน มีความจำเป็นต้องทำงาน ไม่สามารถให้ลูกดื่มนมจากเต้าได้ นมขวดจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด  

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลูกติดขวดนม เพราะลูกรู้สึกว่าขวดนมเป็นของสุดรัก ที่ถือติดมือไว้เป็นเพื่อน เหมือนเป็นของรักแทนตัวของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อยามต้องแยกกันในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เวลาก่อนจะนอน ลูกมักจะขอคุณพ่อคุณแม่ทานนมก่อนนอน และ จะหลับไปพร้อมกับนอนกอดขวดนมในเวลาอันรวดเร็ว หรือเวลาคุณแม่ต้องทำกับข้าวในครัว ลูกจะไม่ร้องกวน ถ้ามีขวดนมอยู่ในมือ แต่จะนอนเล่นอยู่เงียบ ๆ การที่ลูกนอนเล่นเงียบๆ หรือนอนหลับง่าย ๆ โดยไม่งอแงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนปรารถนา แต่ถ้าต้องใช้ผู้ช่วยอย่างขวดนมคงต้องคิดหนัก เพราะจะเกิดปัญหาที่ตามมาให้แก้กันอีกยาว ๆ

ลูกติดขวดนม

ผลเสียของการติดขวดนมนานเกินไป

  • การดื่มนมปริมาณมากเมื่อเด็กโตขึ้น มักเลิกดูดขวดนม จะดื่มนมจากแก้วหรือกล่องในปริมาณน้อย ต่างจากเด็กที่ยังดูดขวดนมจะกินนมปริมาณมาก การศึกษาในเด็กไทยที่ยังดูดขวดนมกินนมเฉลี่ยต่อวันมากกว่าเด็กที่ไม่ดูดขวดนม การศึกษาในแคนาดายังพบว่าเด็กที่ดูขวดนมจะบริโภคนมมากกว่าวันละ 16 ออนซ์ ซึ่งมากกว่าเด็กที่ดื่มนมจากแก้ว นั่นจึงเป็นเหตุให้เด็กไม่ยอมกินอาหารอื่น
  • ภาวะทุพโภชนาการ มีการศึกษาในเรื่องนี้แล้วพบว่า การดูดขวดนมนานมีความสัมพันธ์กับโรคอ้วนในเด็ก หรือสัมพันธ์กับค่าดัชนีมวลกายสูง โดยการดูดขวดนมนานขึ้น 1 เดือน จะมีโอกาสพบค่าดัชนีมวลกายสูงขึ้นร้อยละ 3 ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนสูงขึ้น ในประเทศไทยพบว่าเด็กที่เลิกดูดขวดนมช้า และกินนมมากกว่า 24 ออนซ์ต่อวัน จะพบโรคอ้วนมากขึ้น นอกจากนี้เด็กที่ติดขวดนมบางคนอาจแก่ติดการดูขวดเท่านั้น ไม่ได้ดูดนมเข้าไป จึงอาจกินนมปริมาณไม่มาก จึงทำให้พบว่ามีภาวะน้ำหนักน้อย หรือถึงขั้นขาดสารอาหาร
  • การขาดสารอาหาร เนื่องจากการกินนมปริมาณมาก ทำให้ไม่กินข้าวหรืออาหารอื่น จึงขาดสารอาหารอื่นที่จำเป็น ได้แก่
    • ปัญหาการขาดธาตุเหล็ก และเกิดภาวะโลหิตจาง 
    • ปัญหาการขาดวิตามินซี เด็กที่ติดขวดนมมักไม่กินผักและผลไม้ เพราะเด็กไม่คุ้นชินกับการเคี้ยวอาหาร ชอบกินแต่อาหารที่นิ่งเหลวและไม่ต้องเคี้ยว
  • ปัญหาฟันผุและการติดเชื้อ ฟันผุในเด็กเล็กมักเกิดจากการดูดขวดนม แล้วนอนหลับคาขวดนม ร่วมกับการละเลยการทำความสะอาดของปากและฟันหลังกินนม น้ำตาลแลคโตสในนม จึงสัมผัสกับนมเป็นเวลานาน ถูกเชื้อแบคทีเรียเปลี่ยนเป็นกรดในช่องปาก ทำให้เกิดการละลายแร่ธาตุออกจากตัวฟัน ก่อให้เกิดฟันผุ เรียกว่า Dental bottle caries ฟันน้ำนมมีสารเคลือบฟัน และเนื้อฟันน้อยกว่าฟันแท้ ทำให้เกิดการลุกลามสู่ปลายประสาทฟันอย่างรวดเร็ว เกิดการติดเชื้อในช่องปาก ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ทอนซิลอักเสบ และยังสามารถติดเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดได้
  • การขาดโอกาสพัฒนาด้านการบดเคี้ยวอาหาร เด็กที่เลิกขวดนมช้าจะพบความบกพร่องในการเคี้ยวอาหาร มักกินอาหารโดยไม่เคี้ยวและกลืนกินอาหารรพร้อมน้ำ
  • การสบฟัน การดูดนมนานทำให้เกิดการยื่นของขากรรไกรบน เมื่อฟันขึ้นจะพบลักษณะของการยื่นของฟันออกไปจากปกติ ซึ่งมักมีปัญหาของความสวยงามและปัญหาการพูดไม่ชัด เสียบุคลิก ขาดความมั่นใจในการพูด
ลูกติดขวดนม
  • ปัญหาท้องผูก เกิดจากเด็กดูดนมจากขวดปริมาณมาก ทำให้อุจจาระแข็ง เนื่องจากโปรตีนนมวัวย่อยยากกว่านมแม่ ร่วมกับการไม่กินอาหารอื่นโดยเฉพาะผักและผลไม้
  • ขาดการพัฒนาทักษะ ในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ดังนี้
    • กล้ามเนื้อ – เด็กที่ถือขวดนมติดตัวทำให้ขาดการทำกิจกรรมที่ใช้มือ และมือสองข้างประสานกันน้อยลง
    • ภาษา – เด็กที่ดูดขวดนมมาก ๆ มักจะมีปัญหาการใช้ภาษา เพราะขาดการสื่อสาร
    • อารมณ์  – มักยึดติดขวดนมเป็นสิ่งปลอบโยน หรือช่วยลดความหงุดหงิดคับข้องใจ แทนการฝึกแสดงอารมณ์หรือการพูด เช่นเมื่อไม่พอใจ หรือโกรธ จะเรียกหาแต่ขวดนม หรือแม้แต่เมื่อปัสสาวะเปียกผ้าอ้อน ก็จะร้องหาขวดนม เผื่อกลบเกลื่อน

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกติดขวดนม

  1. ฝึกลูกให้เข้านอนเป็นเวลาและหลับได้ด้วยตัวเอง   โดยวางบนที่นอนขณะยังตื่น หรือเมื่อเริ่มง่วง ไม่พาหลับโดย กกกอด หรือให้ดูดนมจนหลับ   เพราะจะชิน  ตื่นกลางดึกไม่มีใครพาหลับก็มักจะร้อง  ลงท้ายต้องดูดขวดนม ทั้งที่อาจไม่หิว
  2. เมื่อหลับแล้ว ลูกขยับตัวนิดหน่อย ให้รอสักพัก  หรือสัมผัสเบา ๆ เช่น ตบก้น  เด็กมักหลับต่อได้เอง
  3. สร้างบรรยากาศกลางคืนให้เหมาะสม ไม่เปิดไฟสว่าง ไม่เปิดทีวีนอน หรืออุ้มเล่นกลางดึก
  4. อาจหาตุ๊กตา หรือของที่ลูกชอบพาเข้านอนด้วย เมื่อลูกอายุ 4-5 เดือน เป็นสิ่งปลอบใจและเป็นเพื่อนลูกแทนขวดนม
  5. ฝึกลด/เลิกนมมื้อดึก (หมายถึงเวลาประมาณ 24.00-04.00 น.)  ตั้งแต่อายุ 4-6 เดือน  เพราะเด็กเริ่มนอนหลับยาวได้ 6-8 ชั่วโมง โดยไม่หิว โดยมีกระบวนการ ดังนี้
  6. ให้นมมื้อกลางวันแต่ละมื้อให้อิ่ม  นมมื้อดึกกินพอหายหิว ค่อยๆลดจนเลิกได้ ไม่บังคับหรือคะยั้นคะยอให้กินทั้งที่ไม่หิว
  7. ฝึกกินนมให้อิ่ม ก่อนนอน  หลังทำความสะอาดฟันแล้ว ไม่ควรให้ดูดนมอีก ไม่ปลุกเด็กกินนมมื้อดึก
  8. ฝึกจิบน้ำทุกชนิด นมจากแก้ว หรือช้อน สลับกับการดูดจากขวด เมื่ออายุ 4-6  เดือน เพื่อให้เริ่มคุ้นเคย
  9. ฝึกลูกใช้ขวดนมเมื่อเวลาหิว ไม่ใช้เป็นของเล่นเดินถือไปมา
  10. สิ่งที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ปล่อยให้ลูกเกินเอง คือกลัวเลอะเทอะ การเลอะเป็นเรื่องปกติ ไม่เลอะเป็นเรื่องแปลก เพราะการกินเป็นทักษะที่เด็กเริ่มฝึกครั้งแรก ๆ ไม่มีทางทำได้ดี 100% อยู่แล้ว
ลูกติดขวดนม

เลิกดูดนมจากขวดเมื่อไหร่ดี ?

ช่วงอายุที่เด็กควรจะเลิกขวดนมแนะนำให้เลิกเมื่ออายุประมาณ 1 ขวบหรือช้าที่สุดไม่เกิน 1 ขวบครึ่ง ทั้งนี้อายุที่ยิ่งเพิ่มขึ้นจะยิ่งเลิกได้ยาก เพราะเด็กจะรู้เรื่องมากขึ้นทำให้มีวิธีต่อรองมากขึ้นนั่นเอง​

ลูกติดขวดนมไปแล้ว  เลิกขวดนมอย่างไร  

วิธีการเลิกใช้ขวดนมอาจทำได้หลายวิธี คือ

เลิกทันทีทันใด เหมาะกับเด็กที่ค่อยๆ ยอมเลิกขวดนมบ้างแล้วและไม่ค่อยสนใจขวดนมมาก เช่น ยังดูดขวด เพียงวันละ 1 – 2 มื้อ หรือ กรณีที่ติดขวดแล้วและลองใช้วิธี แบบค่อยเป็นค่อยไปแล้ว ไม่ได้ผล

วิธีการ 

  •  บอกให้ลูกรู้ล่วงหน้า อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนจะถึงเวลาให้เลิกใช้ เช่นบอกว่า หนูโตแล้วถึงเวลาทิ้งขวด เลิกดูดขวดนม 
  • บอกลูกทุกวันว่าอีกไม่นานหนูจะไม่ต้องใช้ขวดนมอีกแล้ว 
  • เมื่อถึงเวลาเก็บขวดนม ต้องเก็บให้พ้นสายตาลูก หรือให้ลูกช่วยเก็บขวดนมใส่ถุงนำไปบริจาค หรือเอาไปทิ้งถังขยะ เขาจะได้ทราบว่าต้องตัดใจจากจริง ๆ 
  • ให้รางวัลเมื่อไม่ดูดขวดนมตลอดวัน หรือตลอดคืนที่ผ่านมา 
  • เตรียมน้ำหรือน้ำผลไม้ใส่แก้ว พร้อมสำหรับเด็กดื่มเมื่อเด็กร้องหาขวดนม 
  • ให้เด็กมีสิ่งของทดแทนขวดนม อาจเป็นตุ๊กตาหรือของเล่นที่ชอบ เอาไว้กอดเมื่อคิดถึงขวดนม

แบบทดแทน เหมาะกับเด็กที่ติดขวด  แต่ไม่ถือขวดนมติดตัวไปมา ไม่หลับคาขวดนม เด็กที่เริ่มใช้แก้ว ขณะทานอาหาร หรืออาหารว่างบ้างแล้ว

วิธีการ

  •  ใช้แก้วหัดดื่มทั้งกับนม น้ำดื่มและน้ำผลไม้ เพื่อให้ลูกคุ้นเคย 
  • เริ่มฝึกอายุ 6 เดือนใช้แก้วหัดดื่ม อาจให้ลูกเล่นแก้วหัดดื่มจนคุ้นเคยก่อน 
  • การฝึกใช้แก้ว เริ่มจากให้ฝึกจับแก้วเปล่าใบเล็ก ๆ พ่อแม่ยกแก้วจรดปากดื่ม ให้ดูเป็นตัวอย่าง 
  • ใส่น้ำปริมาณน้อย ๆ ให้ฝึกจิบก่อน ระยะแรกอาจยังสำลัก หรือทำน้ำหกเรี่ยราดบ้าง    
  • ให้ใช้แก้วขณะทานอาหารทุกมื้อ ไม่ใช่ใช้เฉพาะเมื่อถึงมื้อนม 
  • ไม่ให้ถือขวดนมติดตัว 
ลูกติดขวดนม

แบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับเด็กที่ติดขวดแล้ว  ส่วนใหญ่จะได้ผลใน 3 สัปดาห์

วิธีการ 

  • ค่อยๆ ลดขวดนมทีละน้อย ทีละ 1  ขวด ทุก 2 – 4 วัน โดยให้ดื่มนมจากแก้วแทน
  • ค่อย ๆ ลดมื้อที่ไม่สำคัญก่อน เช่น มื้อกลางวัน หรือมื้อดึก หลังเที่ยงคืน 
  • หากเด็กงอแงอาจใส่น้ำให้ดูดแทนนม ในช่วงมื้อก่อนนอน หรือกลางวัน 
  • ค่อย ๆ ลดปริมาณนมมื้อดึก จาก 8 ออนซ์ เหลือ 4 ออนซ์ จนงดได้ในที่สุด 
  • หากยังงอแง อาจใช้วิธีขยายจุกนมให้รูกว้างขึ้น เพื่อให้เด็กระมัดระวังการดูดมากขึ้น ไม่สามารถนอนดูดสบาย ๆ เหมือนก่อน แต่ต้องไม่กว้างจนเด็กสำลัก 
  • ระหว่างการหย่าขวดนม อาจดึงดูดความสนใจโดยให้เลือกแก้ว ตกแต่งแก้วเอง ใช้หลอดแบบแปลก ๆ

2 ขวบแล้ว ยังติดขวดนม ทำไงดี ?  

ปัญหานี้ค่อนข้างจะยากในการจัดการ ประเด็นสำคัญคือ คุณแม่ต้องตั้งใจจริง ใจแข็ง และ ทำอย่างต่อเนื่อง ลองทำตามวิธีนี้ดู

  • พาไปไหนตอนกลางวัน ไม่เอาขวดนมไปด้วย ให้ใช้แก้วหรือดูดนมจากกล่องแทน
  • ดื่มนมก่อนนอนแล้วทำความสะอาดฟันให้เรียบร้อย ห้ามให้ดูดหลังแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว
  • ฝึกเลิกดูดนมมื้อดึก โดยค่อย ๆ ลดปริมาณนมมื้อดึก และลดมื้อนม
  • เล่านิทาน ร้องเพลงกล่อม ตบก้นเบา ๆ ให้นอนเอง เด็กจะเปลี่ยนเป็นติดการฟังนิทานแทนติดขวดนม
  • ห้ามให้ดูดน้ำจากขวดนม เพราะเด็กจะยิ่งติดขวดนม

หลักสำคัญที่สุดในการเลิกขวดคือคุณพ่อคุณแม่ต้องหนักแน่นและใจแข็งถ้าพ่อแม่รีรอหรือลังเลกับการเลิกใช้ขวดนมกับลูกไปนานเท่าไร เสมือนเป็นการส่งเสริมให้เด็กติดขวดนมมากยิ่งขึ้น และยิ่งเป็นการยากขึ้นไปอีกในการให้เด็กเลิกพฤติกรรมการใช้ขวดนม

ขอบคุณภาพจาก Freepik

Tags
Back to top button
Close