About Kids

ลูกถนัดซ้าย

ช่วงลูกอายุ 1 – 3 ขวบ นั้นเรียกว่าได้ว่า เป็นช่วงเวลาแห่งความกังวล ของคุณพ่อคุณแม่ หนึ่งในเรื่องนั้นคือ ลูกถนัดซ้าย หรือปล่าว ? แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนหรือหาวิธีให้ลูกหันมาใช้มือข้างขวามากขึ้นหรือไม่ ? หากลูกถนัดซ้ายจริงเค้าจะมีปัญหาในการดำเนินชีวิตมั้ย ?  อย่าวิตกกังวลกันมากไปนะคะ ลองมาอ่านบทความของ MamyKid เร่ื่องนี้กันก่อน เผื่อพอจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจขึ้นได้บ้าง

ทำไมคนส่วนใหญ่จึงถนัดขวา ?

มนุษย์ 85% ถนัดที่จะใช้มือขวามากกว่ามือซ้าย ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า  เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงถนัดมือขวามากกว่ามือซ้าย  แต่เราทราบว่ามนุษย์ถนัดใช้มือข้างขวามาประมาณ 200,000 ปีแล้ว จากการศึกษาประวัติศาสตร์ของการพบซากขวานโบราณ  การถนัดมือขวาไม่ใช่วิวัฒนาการที่เพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

มีงานวิจัยที่พบว่า ระหว่างที่อยู่ในครรภ์  ร่างกายซีกขวาของทารกจะอิงอยู่กับร่างกายคุณแม่ ( ซีกซ้ายหันออกทางหน้าท้อง ) ระบบสั่งงานอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายทางซีกขวาได้รับการกระตุ้นมากกว่า  ทำให้เซลล์ในระบบประสาทถูกสร้าง และพัฒนามากกว่าซีกซ้าย  เพราะทารกรับรู้ความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งความสั่นสะเทือนที่เกิดจากเสียงหัวใจเต้นและการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายคุณแม่มากกว่าซีกซ้าย 

เมื่อเด็กคลอดออกมา ก็พบการทำงานของประจุไฟฟ้าทางซีกขวาของร่างกายมากกว่าในซีกซ้าย  ทำให้เห็นได้ว่ามนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะถนัดมือขวามากกว่ามือซ้ายอยู่เล็กน้อยแล้วตั้งแต่เกิด  ประกอบกับมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเด็กทารกเกิดมา  ส่วนมากคุณแม่ก็จะอุ้มลูกด้วยมือซ้ายมากกว่ามือขวา  เพื่อใช้มือขวาในการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ  ทำให้ร่างกายซีกขวาของทารกอิงแอบอยู่กับร่างกายคุณแม่ และได้ยินเสียงหัวใจแม่เต้นเหมือนอยู่ในครรภ์  เด็กเกิดความอบอุ่นและมั่นใจกับร่างกายซีกขวามากกว่า

การถนัดซ้าย มีสาเหตุจากอะไร

มีนักวิจัยมากมายหลายสำนัก ที่พยายามอธิบายถึง สาเหตุของความโน้มเอียงในการใช้มือ ทำไมถึงมีคนที่ถนัดซ้ายในขณะที่คนกลุ่มใหญ่ถนัดขวา ซึ่งปัจจุบันมีทฤษฎีที่รู้จักแพร่หลาย ดังนี้

ทฤษฎีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานของสมอง  เป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ว่าด้วยความโน้มเอียงของการใช้มือ ที่เกี่ยวเนื่องกับการควบคุมของซีกสมอง โดยทั่วไปมักรวมถึงการใช้มือและทักษะการพูด ต้องอาศัยการควบคุมการทำงานของสมองซีกเดียวกัน ก็คือซีกซ้าย ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมร่างกายซีกขวา คนที่มีการควบคุมแบบดังกล่าวก็จะถนัดขวา ทฤษฎีนี้จึงคาดว่าคนที่ถนัดซ้ายจะการควบคุมในแบบที่กลับกันกับคนที่ถนัดขวา

ทฤษฎีอัลตราซาวด์ (Ultrasound) นับเป็นอีกทฤษฎีที่รู้จักกันดี ซึ่งถือว่าการทำอัลตราซาวด์ จะส่งผลกระทบต่อสมองของเด็กในครรภ์ ส่งผลให้เด็กมีความโน้มเอียงในการใช้มือซ้ายสูงขึ้น แต่ก็มีการวิจัยเพิ่มเติมที่พบว่า การทำอัลตราซาวด์ อาจมีผลกระทบเพียงเล็กน้อย

ทฤษฎีการรักษาความสมดุลของทารกในครรภ์  มีผลการวิจัยหลายตัวที่ชี้ให้เห็นว่า ตำแหน่งของตัวอ่อนในครรภ์มารดาที่อยู่ในระยะครรภ์ช่วงสุดท้าย และลักษณะการคลอด ส่งผลต่อความโน้มเอียงในการใช้มือของทารก สองในสามของทารกโดยทั่วไป มักจะคลอดโดยหันด้านหลังของศีรษะฝั่งซ้ายออกมาก่อน เป็นส่วนหนึ่งที่อธิบายได้ว่า เหตุใดทารกที่คลอดก่อนกำหนด มีโอกาสที่จะเป็นคนถนัดซ้ายสูงกว่า

ทฤษฎีฝาแฝด กล่าวได้ว่าเด็กถนัดซ้ายแท้จริงแล้ว มาจากคู่แฝดแท้ ซึ่งตัวอ่อนของทารกที่ถนัดขวา ไม่สามารถพัฒนาได้ในระยะเริ่มต้น มีงานวิจัยใหม่ ๆ รองรับว่าเด็กที่มีแฝดมักจะมีคนนึงถนัดซ้าย และอีกคนถนัดขวา

ปัจจัยทางพันธุกรรม ความโน้มเอียงในการใช้มือแสดงให้เห็นถึงการสืบทอดทางพันธุกรรม หากทั้งพ่อและแม่ของเด็ดมีความถนัดซ้าย มีความน่าจะเป็นเพียงร้อยละ 26 ที่ตัวเด็กจะถนัดซ้ายอย่างพ่อและแม่

วิธีสังเกตว่า ลูกถนัดมือไหน

ในวัย 10 – 12 เดือน เด็กจะเริ่มใช้มือข้างที่ถนัดมากขึ้น คุณแม่หลาย ๆ คนมักไม่แน่ใจว่าลูกถนัดใช้มือข้างไหนกันแน่ และอาจคิดว่า ลูกถนัดซ้าย เพราะเห็นว่าเขาถือของด้วยมือซ้ายอยู่เสมอ ความจริงแล้วมือข้างที่ถนัด มักเป็นมือข้างที่เขามักปล่อยให้ว่างอยู่ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาต้องการให้มือข้างที่ถนัด พร้อมสำหรับการหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา

ในช่วงอายุ 1 – 3 ปี เด็กโดยทั่วไปจะเริ่มแสดงให้เห็นว่าถนัดมือข้างไหน โดยจะสังเกตจากการใช้มือข้างนั้นในการหยิบจับของเล่น จับช้อนทานข้าว ซึ่งหากในช่วงวัยนี้ ผู้ปกครองต้องการปรับเปลี่ยนความถนัด จากซ้ายให้เป็นขวา ก็ควรทำในช่วงวัยนี้ โดยกระตุ้นให้เด็กหยิบจับของ จับดินสอเขียน จับช้อนโดยมือขวาเป็นหลัก หากเด็กทำตามต้องการ ก็อาจชมเชยเด็ก

ผิดปกติไหม ?

การที่ถนัดซ้ายถือเป็นเรื่องความถนัดตามธรรมชาติเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด จากสถิติพบว่าทั่วโลกมีคนถนัดขวาประมาณ 85% ขณะที่มีคนถนัดซ้ายประมาณ 15% ในการศึกษาที่ผ่านมาได้อธิบายถึงความถนัดของมนุษย์ว่าถูกกำหนดตามพันธุกรรม กระบวนการทำงานสมองควบคุมกล้ามเนื้อ และระบบประสาทสัมผัส คนที่ถนัดมือขวา จะมีการทำงานควบคุมทักษะกล้ามเนื้อโดยสมองซีกซ้าย ส่วนคนที่ถนัดซ้ายจะมีการทำงานควบคุมกล้ามเนื้อของสมองซีกขวา

แม้ว่าการถนัดซ้ายจะไม่ใช่สิ่งผิดปกติ แต่ปัญหาของคนถนัดซ้ายก็มีบ้าง อย่างเช่นคนถนัดซ้าย อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าคนถนัดขวา เนื่องจากสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ นั้นล้วนถูกสร้างขึ้นจากคนถนัดขวา และถูกออกแบบไว้เพื่อคนถนัดขวา ไม่ว่าจะเป็นที่เปิดขวด  พิมพ์ดีด กล้องถ่ายรูป เลื่อนประตู หน้าต่าง ฯลฯ ดังนั้น หลายครั้งเมื่อคนถนัดซ้ายหยิบจับสิ่งของเหล่านี้ จะเกิดอาการไม่ถนัดติดขัด จึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ได้ง่ายกว่าคนถนัดขวา แม้ปัจจุบันจะมีการผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับคนถนัดซ้ายมากขึ้น แต่ก็ซื้อได้ในบางที่บางแห่งเท่านั้น

ความถนัดซ้ายขวา ย่อมเกิดมาจากการฝึกให้เคยชินมากกว่า แต่ทางที่ถูกควรให้เด็ก ถนัดขวาไว้จะดีกว่า  ทั้งนี้ก็ไม่ควรบังคับเขาเกินไป ให้การสอนของคุณค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปทีละขั้นตอน เพราะเด็กบางคนที่ชอบต่อต้านเห็นพ่อแม่ดุว่า หรือคอยจุกจิกมากไป ก็จะเกิดความไม่พอใจ และอยากแสดงออก ให้เห็นว่าเขาก็สามารถทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำตามผู้ใหญ่ จนเขาอาจจะกลายเป็นเด็กที่ชอบถนัดมือซ้ายไปเลยก็ได้ 

ลูกถนัดซ้าย

อยากเปลี่ยนให้ลูกถนัดขวา

ในแง่ของพัฒนาการจะถนัดซ้ายหรือขวาก็ไม่แตกต่างกัน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ต้องการที่จะปรับเปลี่ยน ให้เด็กที่ใช้แต่มือข้างซ้ายหันไปใช้มือข้างขวา ช่วงที่เหมาะสมที่สุด คือ ช่วงอายุระหว่าง 1 – 3 ขวบ โดยเริ่มจากการส่งของให้เด็กทางมือขวา เช่น ส่งช้อนส้อม ส่งสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรใช้   วิธีละมุนละม่อม สนับสนุนให้เด็กใช้มือขวา หยิบจับ สิ่งของ เมื่อเด็กทำตามที่ต้องการก็ควรชมเชย หรือ    เชียร์เด็กบ้าง แต่ถ้าเด็กใช้มือข้างซ้ายก็ไม่ควรไปดุด่า   ว่ากล่าว หรือลงโทษ แต่ควรพูดจาดี ๆ สักระยะเด็กก็จะ  มีพัฒนาการที่กลมกลืนและหันไปใช้มือขวาแทน

วิธีการควรเป็นไปอย่างนุ่มนวล ไม่กดดันเด็กจนเกินไป เพราะช่วงอายุมากกว่า 3 ปี เด็กจะเริ่มแสดงมือถนัดที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแสดงถึงเด็กถนัดมือข้างนั้นไปแล้ว ซึ่งในช่วงอายุนี้ไม่แนะนำการปรับเปลี่ยนแล้ว ควรปล่อยไปตามธรรมชาติที่เด็กถนัด เพราะการไปปรับเปลี่ยนมือถนัด เมื่อเด็กอายุมากแล้วอาจมีผลต่อพัฒนาการกล้ามเนื้อ พัฒนาการทางอารมณ์ และพฤติกรรมอื่น ๆ ของเด็กได้

นอกจากนี้แล้ว อาจจะทำให้การพัฒนาของกล้ามเนื้อมัดเล็กที่เดิมพอจะดีอยู่แล้ว แย่ลงไป เช่น ในการเขียนหนังสือ อาจจะทำให้ลายมือที่เขียนแย่ลง การประสานของตา กับมือขวาจะสู้มือซ้ายไม่ได้ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเด็กที่มีพัฒนาการปกติ คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับเด็กที่มีพัฒนาการที่ล่าช้าอยู่แล้ว ไม่แนะนำให้เปลี่ยน เพราะพัฒนาการที่ไม่ดีอยู่แล้วจะยิ่งแย่หนักลงไปอีก ถ้ามือข้างซ้ายเป็นข้างที่เขาถนัดก็ไม่มีอะไรเสียหาย ควรให้เขาใช้มือซ้ายต่อไป การที่พ่อแม่ที่พยายามฝืนจะให้เด็กเปลี่ยนไปใช้  มือข้างขวาทั้งที่เป็นมือข้างที่เด็กไม่ถนัด และสิ่งที่ให้เด็กทำนั้นเดิมเขาทำได้ไม่ดีอยู่แล้ว เด็กจะยิ่งไม่ทำตามส่งผลให้พัฒนาการบางช่วงล่าช้าได้

ในบางทฤษฎีกล่าวไว้ว่า สำหรับเด็กที่ถนัดใช้มือข้างซ้ายนี้ เมื่อเขาโตเกินกว่าที่จะเริ่มฝึกฝนใหม่แล้ว ถ้าจะมาบังคับให้เขากลับมาหัดใช้มือข้างขวาใหม่ อาจจะส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการในการเรียนรู้ที่ช้าลง เพราะเขาจะไม่มั่นใจในสิ่งที่เขาต้องเปลี่ยนแปลง ความถนัดของเด็ก ก็มาจากสภาพแวดล้อมที่ใกล้เขาด้วย โดยเฉพาะการขาดการฝึกฝนจากคนรอบข้าง

ถนัดทั้งสองข้าง

โดยทั่วไปแล้ว  มนุษย์จะพัฒนาความถนัดในเรื่องการใช้มือ  และจะใช้ทั้งสองมือสลับกันตั้งแต่แรกเกิดไปจนกระทั่งถึง 3 – 5 ขวบ นพ.ทัศนวัต สมบุญธรรม อาจารย์และกุมารแพทย์ หน่วยพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวไว้ว่า ในกรณีที่เด็กทารกอายุก่อน 1 ขวบ มีความถนัดข้างใดข้างหนึ่ง อาจจะต้องพึงระวัง เพราะมืออีกข้างที่ทารกไม่ได้ใช้นั้นอาจมีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีพยาธิสภาพอะไรบางอย่าง เนื่องจากช่วงอายุ 0 – 1 ขวบ เด็กมักจะใช้มือหรือ แขนขา 2 ข้างเท่า ๆ กัน และช่วงอายุ 1 – 3 ขวบ จะเป็นช่วงที่พัฒนาว่าถนัดมือข้างใด ถ้าอายุเกิน 3 ขวบ ไปแล้วเด็กใช้มือข้างใดบ่อย ๆ ก็อาจสรุปได้ว่าเขาถนัดข้างนั้นไปแล้ว

ถึงแม้ลูกจะถนัดขวาก็ไม่ได้ส่งผลให้การควบคุมมือซ้ายหายไปหมด เพราะกิจวัตรประจำวันโดยทั่วไป ยังจำเป็นต้องใช้มือซ้ายในการประคับประคอง หรือช่วยเหลือมือขวา เช่น การใช้มือซ้ายถือส้อม เพื่อให้มือขวาใช้ช้อนตักอาหารขึ้นไปกินได้ หรือการใช้มีดกับส้อมหั่นเนื้อ จะใช้มือซ้ายถือส้อม เพื่อให้มือขวาหั่นมีดได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้เรายังใช้ทั้งสองมือ ประสานงานกันในการกลัดกระดุมเสื้อ, การขับรถ, การยกของ, ฯลฯ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความจริงแล้ว การใช้มือทั้งสองประสานงานกัน จึงยังมีอยู่แทบทุกกิจกรรมในทุก ๆวัน ใยประสาทของเซลล์ที่มือซ้ายจึงคงมีอยู่ แต่จะมากหรือน้อยต่างจากมือขวาที่เป็นมือถนัด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่างกันเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนผู้นั้นด้วย

ถ้ามีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเล่นดนตรีไทย และสากล ขิม จะเข้ ระนาด เปียโน กีตาร์ กลอง หรือกีฬาบางชนิด เช่น ว่ายน้ำ กอล์ฟ ฯลฯ ที่ต้องใช้มือทั้ง 2 ข้างอยู่บ่อย ๆ จะช่วยให้สมองทั้ง 2 ซีก ประสานงานในการถ่ายทอดข้อมูลแลกเปลี่ยนกันและกันได้ดีขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น และทำให้ความถนัดในการใช้มือทั้ง 2 ข้างใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้มีขนาดเท่ากันโดยสิ้นเชิง เพราะเขาก็ยังต้องใช้มือข้างที่ถนัดจริง ๆ ในการเขียนหนังสืออยู่นั่นเอง และการถ่ายทอดข้อมูลแลกเปลี่ยนกันของสมอง ก็เป็นเพียงการทำงานเฉพาะส่วนเท่านั้น

เนื่องจากสมองมีการทำงานหลายส่วน อย่างหลากหลาย  จึงไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานในด้านอื่นด้วยมากนัก  และไม่มีความต่างอย่างเป็นนัยสำคัญทางด้านสติปัญญา หากจะถนัดใช้มือข้างใดเด่นชัดเพียงข้างเดียว

แก้ปัญหาในการเขียนหนังสือ

เด็กที่ถนัดซ้ายมักจะมีปัญหาในการเขียน จากซ้ายไปขวา คุณพ่อคุณแม่และคุณครูต้อง เข้าใจ วิธีการเขียนด้วยมือซ้าย การสอน ลูกถนัดซ้าย ให้เขียนหนังสือ มีหลักสำคัญ 3 ข้อ คือ

1. การวางกระดาษ สำหรับเด็กที่ถนัดซ้าย ต้องวางกระดาษไว้ช่วงกลางตัวเด็ก ค่อนไปทางซ้าย และให้เอียงกระดาษ โดยให้มุมด้านขวาของกระดาษใกล้ตัวเด็กมากกว่ามุมซ้าย
2. การวางมือและข้อมือ ต้องวางกระดาษให้พอดีกับมือซ้ายของเด็ก เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นในการเขียน จัดให้แขนตั้งฉากขอบล่างของกระดาษ ข้อมืออยู่ใต้เส้นบรรทัดที่กำลังเขียน
3. การจับดินสอ ให้จับดินสอห่างจากปลายดินสอ 1-1.5 นิ้ว เพื่อให้ลูกเห็นสิ่งที่เขียนได้ถนัด และนิ้วมือจะได้ไม่ไปถูกับตัวอักษรที่เขียน ช่วงแรก ๆ คุณแม่อาจต้องขีดทำเครื่องหมายที่ดินสอไว้ เพื่อให้ลูกรู้ว่าควรจับดินสอตรงไหนจะได้ไม่จับใกล้ปลายดินสอเกินไป จนเขียนไม่ถนัด คอยบอกลูกว่าอย่าจับดินสอแน่นเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและเมื่อยมือง่าย

ความเชื่อผิด ๆ

ในอดีตอาจมีความเชื่อที่ผิด ๆ ว่าคนที่ถนัดมือซ้ายจะมีปัญหา ด้านพฤติกรรมมากกว่าคนที่ถนัดขวา โตขึ้นอาจจะมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม มีปัญหาลักเล็กขโมยน้อย ไปจนถึงการก่อปัญหาอาชญากรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีมูลความจริง เพราะคนที่ถนัดมือซ้ายก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นกัน จะเห็นได้จากนักกีฬาระดับโลกหลายคนไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟ นักเทนนิส ที่ถนัดมือซ้าย บางคนได้เปรียบด้วยซ้ำเพราะสามารถโจมตีคู่ต่อสู้ได้ดีกว่า

คนดังระดับโลกถนัดซ้าย

เชื่อมั้ยว่าคนดังระดับโลก ก็มีคนที่ถนัดซ้ายกันหลายคนอยู่ เอาที่ดังจริง ๆ ระดับประธานาธิบดี แห่งสหรัฐอเมริกา คือ

  • โรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) ประธานาธิบดีคนที่ 40 แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา
  • บิล คลินตัน (Bill Clinton) ประธานาธิบดีคนที่ 42 แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา
  • บารัค โอบามา (Barack Obama) ประธานาธิบดีคนที่ 44 แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา
ลูกถนัดซ้าย

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ก็มีหลายคน เช่น

  • ฟอร์ด เฮนรี (Ford Henry) : ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์
  • บิล เกตส์ (Bill Gates) : ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์
  • สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) : ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริหารบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์
  • มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) : ผู้ก่อตั้งบริษัทเว็บไซต์เฟซบุ๊ก
  • สตีฟ ฟอร์บส์ (Steve Forbes) : ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ฟอร์บส์
ลูกถนัดซ้าย
ลูกถนัดซ้าย

อย่างไรก็ตามไม่ว่าลูกจะถนัดซ้ายหรือขวามิใช่ประเด็นสำคัญ เด็กต่างก็สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีพัฒนาการที่ดีตามวัย มีความสุขและประสบความสำเร็จได้ เห็นจากคนสำคัญระดับโลก นักกีฬาที่มีชื่อเสียงหลายคนที่ถนัดซ้าย

สิ่งสำคัญกว่าคือการที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจ และช่วยส่งเสริมการพัฒนาการของลูก รวมทั้งหาทักษะความถนัดของลูกในด้านอื่น ๆ ต่อไป  เพื่อสร้างเวลาคุณภาพที่ดีร่วมกัน

ขอบคุณภาพจาก Freepik

Tags
Back to top button
error: Content is protected !!
Close