About Kids

ลูกไม่ยอมกินผัก

ลูกไม่ยอมกินผัก เป็นปัญหาหนักใจของพ่อแม่หลายๆ คน เด็กหลาย ๆ คนเมื่อเห็นผักในจานข้าวทีไรก็เขี่ยทิ้งทุกที หรือแค่ได้รสผักในปากนิดหน่อย ก็คายข้าวทิ้งทันที ก่อนที่จะหาทางแก้ปัญหานี้ ต้องหันกลับมาดูกันก่อนว่า ทำไมลูกเราถึงไม่ยอมกินผัก สาเหตุส่วนใหญ่ ก็คือ

เคยโดนบังคับให้กิน

ในช่วงแรกของการกินผัก เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะไม่คุ้นกับสีกับหน้าตาของผัก ดังนั้นพอแม่ให้กินก็จะรู้สึก เหมือนโดนบังคับให้กิน ของแปลกๆ และไม่ชอบจนเกิดการต่อต้าน

ช่วงเวลาแห่งความสุข ในครอบครัวที่ได้อยู่ พร้อมหน้าพร้อมตา คือการทานอาหารร่วมกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องดี ๆ ระหว่างกัน แต่หากมีสถานการณ์บีบบังคับ หรือมีเรื่องชวนให้ตึงเครียดเกิดขึ้น ความอร่อย และรอยยิ้มที่ควรจะมี บนโต๊ะอาหาร ก็จะเลือนหายไป กลายเป็นความรู้สึกอึดอัด และรู้สึกไม่ดี ในทุก ๆ ครั้ง เมื่อถึงเวลามื้ออาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องเจอบังคับให้กินผักให้หมด

วิธีแก้ – เปลี่ยนจากบังคับ มาเป็น การชักชวน

ใช้คำพูดที่นุ่มนวล ชักชวน ให้ลูกทดลองกินโดยเริ่มแต่ปริมาณชิ้นเล็ก ๆ ก่อน อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เพื่อให้เขาพร้อมที่จะค่อยๆ กินผักได้เอง

ถึงแรกๆ จะกินได้น้อยแล้ว ยังเขี่ยผักที่เหลือออกจากจาน คายทิ้ง แต่เขาก็ยังได้ลองกิน คุณแม่อาจจะชักชวนให้ลูก ช่วยทำกับข้าวด้วยกัน เช่น ให้เค้าช่วยล้างผัก หยิบผัก หรือจับมือเค้าลองหั่นผักด้วยกัน ให้ลูกได้เป็นคนใส่ผักลงหม้อ หรือกระทะปรุงอาหารเอง เมื่อถึงเวลากินข้าว ลูกจะรู้สึกภูมิใ จที่เป็นคนได้ทำอาหารและจะรู้สึกอยากกิน

โดยพ่อแม่ต้องให้กำลังใจ ด้วยการชื่นชม เช่น บอกว่าลูกเก่ง ช่วยทำกับข้าว แล้วให้มาลองชิมฝีมือลูกด้วยกัน

ลูกไม่ยอมกินผัก

ไม่มีตัวอย่าง

คนในครอบครัวไม่มีใครกินให้ดู เด็ก ๆ ในวัยเลียนแบบจะมองว่าผู้ใหญ่ทำอะไรก็มักจะทำตาม ดังนั้นถ้า พ่อแม่หรือพี่ ๆ ไม่กินผักให้ดู ให้เห็นบ่อย ๆ เด็กก็จะรู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องกินผัก

วิธีแก้ เป็นตัวอย่างที่ดี

เด็กมักมีพฤติกรรมเลียนแบบ จากสิ่งรอบตัว และคนใกล้ชิด บ้านไหนที่ครอบครัวรักการกินผัก เมื่อถึงช่วงเวลารับประทานอาหาร หากลูกเห็นจานผักวางอยู่บนโต๊ะ และเห็นพ่อแม่พี่น้องของเขา ชอบทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ทำไมเขาจะไม่อยากทานแบบนี้ เพราะพฤติกรรมการทำเป็นต้นแบบ จะกระตุ้นให้เขาอยากกินผัก แต่ที่เขาไม่ชอบกิน ก็เพราะไม่มีใครกินเลย

ไม่ชอบสีกลิ่นรส

เด็กบางคนพอเห็นผักสีเขียว ๆ เข้ม ๆ ก็จะรู้สึกว่าไม่ใช่อาหาร ไม่อยากกิน หรือเคยกินแล้วแต่บังเอิญไปเจอผักที่มีกลิ่นเหม็นเขียว รสขม ๆ เลยทำให้ฝังใจและไม่ชอบกินผัก

วิธีแก้ – สีสวย กลิ่นหอม รสอร่อย

ผักเขียวกลิ่นแปลกรสไม่คุ้น เกิดได้กับเด็กทุกคน ที่แรกเริ่มได้ลิ้มลองผัก ทำให้เค้าไม่ยอมกินผักอีก ดังนั้น คุณแม่ต้องมีการ คัดสรรผัก ที่มีสีสันสดใส ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ไม่มีรสขมปนเลย ผักสีส้ม สีเหลือง อย่างข้าวโพด แครอท ฟักทอง เพื่อให้เค้ารู้สึกว่า ทานไม่ยาก

อาจจะลองใส่ผักเล็ก ๆ ลงในเมนูโปรดของลูก อาจจะปั่น หรือ บดผักให้เล็กลง เป็นส่วนผสม ของเมนูโปรด จะช่วยทำให้ลูกกินผัก แบบไม่รู้สึกฝืนใจได้ หรืออาจลองนำผักมาหั่นเป็นรูปต่าง ๆ ตกแต่งเป็นสัตว์น่ารัก การ์ตูนที่ลูกชอบ จะทำให้ลูกรู้สึกสนุก และชอบกินผักมากขึ้น

เคี้ยวยาก

ยังชินกับอาหารอ่อน เด็กในวัย 1-3 ปียังชินกับอาหารอ่อน ๆ เคี้ยวง่าย แต่พอเจอผักที่เคี้ยวยากก็เลยไม่อยากเคี้ยว และผักจะมีกากใยที่เมื่อเคี้ยวแล้วจะรู้สึกสากลิ้น ไม่คล่องคอ จึงทำให้ ลูกไม่ยอมกินผัก อีก

วิธีแก้ – เลือกผักให้เหมาะกับวัย

ควรเริ่มจากผักที่นิ่มๆ ก่อน เช่น ฟักทอง ตำลึง แครอท ต้มเปื่อย ผักเหล่านี้ ง่ายต่อการกินสำหรับเด็ก หรือ ใช้วิธีต้มผักให้เปื่อยก่อน เพราะจะกินได้ง่ายกว่า ให้ลูกเริ่มกินผักสด ๆ ทุกอย่าง ต้องต้มเปื่อย เพื่อการกินที่สะดวก และปลอดภัย

ลูกไม่ยอมกินผัก

ประโยชน์ของผัก – ผลไม้ 5 สี

สาเหตุที่ ผู้ใหญ่อยากให้เด็กกินผักกัน ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าเพราะ ผักและผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย

ผักผลไม้สามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม 5 สี แต่ละสีก็มีสารอาหาร และคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป การทานผักผลไม้ให้หลากหลาย และครบทั้ง 5 สี จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง ความดันโลหิต มะเร็งบางชนิด เป็นต้น อีกทั้งทำให้ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณสดใส ชะลอความแก่ชราได้อีกต่างหาก

วันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับผักผลไม้ 5 สี ว่ามีสีอะไรบ้างและแต่ละสีมีประโยชน์อย่างไร เพื่อให้คุณแม่นำมาเลือกใช้ ให้เหมาะกับ สถานการณ์ที่ ลูกไม่ยอมกินผัก

ผักผลไม้สีเขียว

ผักผลไม้ที่มีสีเขียวมีสารสำคัญ คือ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll), ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ฯลฯ ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา มีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องการขับถ่าย ยับยั้งการเกิดริ้วรอย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ผักผลไม้สีเขียว: กะหล่ำปลีสีเขียว, บรอกโคลี, คะน้า, หน่อไม้ฝรั่ง, อะโวคาโด, แตงกวา, ผักโขม, ถั่วลันเตา, แอปเปิ้ลสีเขียว, องุ่นเขียว เป็นต้น

ผักผลไม้สีแดง

ผักผลไม้ที่มีสีแดงมีสารสำคัญ คือ ไลโคปีน (Lycopene) เบตาไซซีน (Betacycin) และสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก

ช่วยลดปริมาณไขมันไม่ดีชนิด LDL-cholesterol ช่วยชะลอการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือด ลดความดันโลหิตและลดการแข็งตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยจากสิวอีกด้วย

ผักผลไม้สีแดง: มะเขือเทศ, กระหล่ำปลีแดง, พริกแดง, หอมแดง, บีทรูท, แอปเปิ้ลสีแดง, สตรอว์เบอร์รี่, เชอรี่, แครนเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, มะละกอ, ส้มโอสีชมพู, ทับทิม, องุ่นแดง, แตงโม และดอกกระเจี๊ยบ เป็นต้น

ผักผลไม้สีม่วงและสีน้ำเงิน

ผักผลไม้ที่มีสีม่วงและสีน้ำเงินมีสารสำคัญ คือ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานินมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและอีถึง 2 เท่า ช่วยปกป้องหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดได้ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

ป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้และตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งของระบบสืบพันธุ์ ยับยั้งเชื้ออีโคไลในทางเดินอาหารที่ทำให้เกิดท้องเสีย ต้านไวรัส และลดการอักเสบ

ผักผลไม้สีม่วงและสีน้ำเงิน: มะเขือม่วง, กะหล่ำปลีสีม่วง, มันสีม่วง, เผือก, บลูเบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่, องุ่นสีม่วง, ลูกพรุน, ลูกไหน, ลูกหว้า, ข้าวแดง, ข้าวนิล, ช้าวเหนียวดำ เป็นต้น

ผักผลไม้สีเหลืองและสีส้ม

ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้มมีสารสำคัญ คือ แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ เบต้า-แคโรทีน (Beta-carotene) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และวิตามินซี (Vitamin C)

ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา มีส่วนช่วยพัฒนาการมองเห็นของเด็กเล็ก ลดการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยให้ผิวพรรณสดใส

ผักผลไม้สีเหลืองและสีส้ม: แครอท, ฟักทอง, มันเทศ, ข้าวโพด, มันฝรั่งหวาน, พริกสีเหลือง, ส้ม, เสาวรส, มะม่วง, แคนตาลูป, มะละกอ, สับปะรด เป็นต้น

ผักผลไม้สีขาว

ผักผลไม้ที่มีสีขาวมีสารสำคัญ คือ แซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต้านอาการอักเสบ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และช่วยลดอาการปวดตามข้อ

ผักผลไม้สีขาว: กล้วย, ลูกแพร์, น้อยหน่า, ลิ้นจี่, มังคุด, งาขาว, ขิง, กระเทียม, ผักกาดขาว, หัวไชเท้า, ดอกกะหล่ำ, ดอกแค, เห็ด, มันฝรั่ง เป็นต้น

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะว่าผักผลไม้ มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นควรฝึกลูกให้ คุ้นชินกับการทานผัก ผลไม้ ให้ครบ 5 สีในทุก ๆ วันด้วยนะคะ ร่างกายเด็กจะได้มีภูมิต้านทาน แข็งแรงไร้โรคภัย กันตั้งแต่เด็ก ๆ

ขอบคุณภาพจาก Freepik

Tags
Back to top button
Close