Lifestyle

สายตายาวตามอายุ

สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) หรือ เราจะได้ยินว่า สายตาคนแก่ แต่จริง ๆ แล้วภาวะสายตาประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะพบในช่วงวัยเพียง 40 หรือก่อน 40 และเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ กำลังประสบกับปัญหานี้กันอยู่ MamyKid ได้รวบรวมข้อมูลที่ดีมีสาระเกี่ยวกับ สายตายามตามอายุ มาฝากกันแล้วค่ะ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ปัญหาของสายตาที่ผิดปกติแต่ละประเภทเกิดจากอะไรบ้าง

สายตาปกติ

Myopia หรือ สายตาสั้น เกิดจากกำลังการรวมแสงของตามากเกินไป  อาจเกิดจากกระจกตาโค้งมากเกินไป หรือขนาดลูกตายาวเกินไป เมื่อมองวัตถุที่อยู่ไกล แสงรวมก่อนถึงจอประสาทตาทำให้มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลไม่ชัดเจน แต่สามารถมองใกล้ได้ดี  การแก้ไข –  ใช้เลนส์เว้าช่วยลดกำลังการรวมแสงที่มีมากเกินไปเพื่อให้สามารถมองไกลได้ดี

สายตาสั้น

Hyperopia หรือ สายตายาวโดยกำเนิด (เกิดตั้งแต่กำเนิด) เกิดจากกำลังการรวมแสงของตาน้อยเกินไป อาจเกิดจากกระจกตาแบนเกินไป หรือขนาดลูกตาสั้นไป แสงตกหลังจอประสาทตา  ทำให้มองไม่ชัดทั้งใกล้ และไกล การแก้ไข –  ใช้เลนส์นูนเพิ่มกำลังการรวมแสงเพื่อให้สามารถมองเห็นได้ดี

สายตายาว

Astigmatism หรือ สายตาเอียง เกิดจากกำลังการรวมแสงของตาในแนวต่าง ๆ ไม่เท่ากัน มักเกิดจากกระจกตาไม่กลม มักเกิดร่วมกับภาวะสายตาสั้น หรือยาวโดยกำเนิด ทำให้เห็นภาพซ้อน ผู้ที่มีสายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง จะยังคงมองใกล้ได้ดีกว่ามองไกล แต่ภาพที่เห็นจะไม่ชัดเจนแม้ว่าจะใกล้ก็ตาม การแก้ไข – ใช้เลนส์ชนิดพิเศษเรียกว่า cylindrical lens เพื่อใช้ปรับกำลังการรวมแสงที่แตกต่างกันในแต่ละแนว ทั้งระยะใกล้ และไกล

สายตาเอียง

Presbyopia หรือ สายตายาวตามอายุ (เกิดตามวัยที่มากขึ้น) เริ่มพบได้ในอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป  เกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการมองใกล้ ซึ่งต่างจากสายตายาวโดยกำเนิดตรงที่ สายตายาวตามอายุจะมีปัญหาในการมองใกล้เท่านั้น ส่วนสายตายาวโดยกำเนิดจะมีปัญหาทั้งการมองทั้งใกล้ และไกล  ฉะนั้นผู้ที่มีสายตายาวโดยกำเนิด จำเป็นต้องใช้แว่นเพื่อใช้มองทั้งใกล้ และไกล  ส่วนผู้ที่มีสายตายาวตามอายุ ใส่แว่นเฉพาะเมื่อต้องใช้สายตาในการมองใกล้เท่านั้น

สายตายาวตาอายุ

เห็นได้ว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะสายตาผิดปกติ จะแตกต่างกันตามลักษณะทางกายภาพของแต่ละบุคคล  ดังนั้น สรุปได้ว่า สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตาเอียง เกิดจากความผิดปกติทางกายภาพของกระจกตา  และความยาวของลูกตา  แต่สายตายาวตามอายุเกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตาที่เกิดขึ้นตามวัยที่มากขึ้น

มีอาการเริ่มต้นอย่างไร ?

Presbyopia หรือ สายตายาวตามอายุ นั้นไม่ใช่โรค และรักษาไม่ได้เหมือนอาการสายตายาวแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะยิ่งอายุยิ่งมากขึ้น สายตาที่ใช้มาอย่างยาวนาน ก็เริ่มเกิดอาการล้าลงจนเกิดการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างเช่น รูม่านตาขนาดเล็กลง ปริมาณน้ำตาลดลง เลนส์แก้วตามีความยืดหยุ่นน้อยลง

ทำให้หลาย ๆ คนเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเลขสาม จะพบเจอปัญหามองใกล้ ๆ ไม่ค่อยชัด การถอยออกหรือยื่นแขน เพื่อให้อ่านหนังสือได้อาจจะพอช่วยได้ แต่ก็ทำได้แค่มองเห็นแต่ไม่คมชัดเหมือนเดิม

บางคนอาจถึงขั้นโฟกัสสิ่งต่าง ๆ ได้ช้าลง เวลาต้องมองสลับกันระหว่างระยะใกล้กับไกล หลายครั้งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยทีเดียว แต่ปัญหาคลาสสิกสุดๆ ที่คิดว่าทุกคนต้องเคยเห็นคือ จะอ่านหนังสือต้องใส่แว่นอันนึง ส่วนจะเงยหน้ามามองอีกระยะก็ต้องเปลี่ยนแว่นอีกที

อาการมองใกล้ไม่ชัด อาจจะมีอาการแสบตา เคืองตา ปวดตา ปวดศีรษะ เนื่องจากเมื่อมองไม่เห็นก็จะพยายามเพ่งมากขึ้น หรือจากเดิมที่เคยอ่าน เขียนหนังสือที่ระยะห่างจากตา 1 ฟุตแล้วชัด แต่ตอนนี้กลับไม่ชัด ต้องใช้วิธี เลื่อนหนังสือออก หรือบางคนอาจต้องหรี่ตาให้เล็กลง เพื่อช่วยให้อ่านหนังสือชัดขึ้น

ถ้าใครมีอาการเหล่านี้มั่นใจได้เลยว่านั่นคือ “อาการสายตายาว” ยิ่งหากคุณมีอายุ 40 ปีขึ้นไปก็เป็น เรื่องปกติตามธรรมชาติที่จะต้องเผชิญกับภาวะนี้

จำเป็นต้องแก้ไขหรือไม่

ความจำเป็นต้องแก้ไขหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าต้องใช้สายตาในการมองใกล้หรือไม่ หากไม่ใช้สายตามองวัตถุใกล้ ๆ เช่น เย็บผ้าอ่านหนังสือ และอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไข ดังจะเห็นว่าผู้อายุบางท่านไม่เคยใช้แว่นสายตาเลย สำหรับผู้มีสายตาสูงอายุที่ต้องใช้สายตามองใกล้จะแก้ไขอย่างไร ขอแยกเป็น 3 ประเภท คือ

สายตาปกติหรือไม่เคยใส่แว่นสายตามาก่อน แก้ไขภาวะสายตายาวตามอายุ โดยวิธีการ ดังนี้

สายตายาวตามอายุ
สายตายาวตามอายุ
สายตายาวตามอายุ

ผู้ที่มีแว่นสายตาสั้น หรือสายตาสั้น เอียงอยู่เก่า เป็นผู้ที่ใช้แว่นสายตามองไกลประจำ เมื่ออายุมากขึ้น การเป็นผู้ที่ใช้แว่นสายตามองไกลประจำ เมื่ออายุมากขึ้น การเพ่งทำได้ไม่ดี มองใกล้จึงไม่ชัด อาจแก้ไขโดย

  • ถอดแว่นเวลามองใกล้ ในกรณีที่กำลังสายตาสั้นที่มีอยู่เดิม กับกำลังสายตาสูงอายุที่เกิดใหม่มีขนาดเท่ากัน หรือใกล้เคียงกัน เช่น หากมีสายตาสั้นเดิม 100 เรียกว่า ลบ 100 และถ้ามีสายตายาว บวก 100 จะพบว่า เวลามองใกล้ควรใส่แว่น 0 พอดี (ผลรวมของ -100 และ +100) นั่นคือเวลามองใกล้ไม่ต้องใช้แว่นเลย ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจใช้วิธีถอดแว่นออกเวลามองใกล้
  • แว่นตามองไกลอันหนึ่ง มองใกล้อันหนึ่ง สำหรับผู้มีสายตาสั้นที่เมื่อบวกลบกับขนาดสายตายาวแล้วไม่เป็น 0 อาจทำแว่นตามองไกลอันหนึ่ง มองใกล้อันหนึ่ง แต่อาจจะไม่สะดวกเมื่อต้องเปลี่ยนแว่นสลับไปมาเวลามองไกล และมองใกล้
  • ทำแว่นมองไกล-ใกล้ในอันเดียวกัน สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเมื่อต้องเปลี่ยนแว่นเวลาจะอ่านหนังสือ สามารถทำเป็นเลนส์สองชั้นหรือเลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อเช่นเดียวกับผู้ป่วยในกลุ่มแรก

ใช้คอนแทคเลนส์เป็นประจำ สำหรับผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ แก้ไขสายตาสั้นเป็นประจำอยู่แล้ว หากมีสายตายาวตามอายุขึ้นมา อาจแก้ไขโดย

  • สวมแว่นสายตายาวเวลามองใกล้ คือยังคงใช้คอนแทคเลนส์ตามปกติ เวลาจะมองจึงนำแว่นมาใช้ ซึ่งจะเป็นแว่นแบบเดียวกับกลุ่มที่ใช้เลนส์ชั้นเดียว เวลามองไกลต้องเอาแว่นออก ใช้แต่คอนแทคเลนส์
  • ใช้คอนแทคเลนส์ชนิดสองชั้น ปัจจุบันไม่ค่อยนิยม เพราะมีกำลังค่อนข้างจำกัด ไม่ได้มีทุกขนาด และภาพที่ได้ไม่สู้จะคมชัดนัก
  • งดใช้คอนแทคเลนส์ หันมาใช้แว่นตาเลนส์สองชั้น หรือเลนส์หลายชั้นไรรอยต่อ
  • Monovision  คือใช้คอนแทคเลนส์มองไกลในตาที่ดีกว่า และลดกำลังคอนแทคเลนส์ ในตาอีกข้าง คือ เลือกกำลังคอนแทคเลนส์ที่ใช้ดูใกล้ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ใช้สายตาละเอียดมาก และอาจใช้ไม่ได้ในบางคน

การเปลี่ยนเลนส์

การรักษาสายตายาวตามอายุ ด้วยวิธีการเปลี่ยนเลนส์ (Refractive Lens Exchange-RLE)  เป็นวิธีการรักษา สายตายาววิธีใหม่ล่าสุด และเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถาวร โดยจะนำเลนส์แก้วตาที่เสื่อมสภาพออก และใส่เลนส์ แก้วตาเทียมเข้าไป โดยมีเลนส์แก้วตาเทียมให้เลือกหลายชนิด เทคโนโลยีนี้เหมาะกับผู้ต้องการแก้ไขปัญหาสายตา ยาว และต้องการลดการพึ่งพาแว่นสายตา สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งในกลุ่มผู้ที่มีภาวะสายตายาวตามอายุอย่างเดียว และกลุ่มผู้ที่มีภาวะสายตายาวตามอายุร่วมกับภาวะสายตาผิดปกติอื่น ๆ ทั้งนี้เนื่องจากการรักษาด้วยวิธี RLE  เป็นการรักษาโดยการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่เลนส์ธรรมชาติ ในอนาคตจึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดต้อ กระจกอีก

ทั้งนี้การรักษาแต่ละวีธีเหมาะสมกับสภาพดวงตาที่แตกต่างกันออกไป ก่อนเข้ารับการรักษาจึงควรเข้ารับการตรวจประเมินสภาพตาเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

ป้องกันได้ …. จริงหรือ ?

เมื่ออายุมากขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงของดวงตาหลายอย่าง เช่น รูม่านตามีขนาดเล็กลง ปริมาณของน้ำตาลดลง และการเกิดปัญหาสายตายาว ตามวัยซึ่งสายตายาวตามวัยเป็นกระบวนการ เปลี่ยนแปลงของดวงตาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เนื่องจากเลนส์แก้วตามีความยืดหยุ่นน้อยลง

ดังนั้น สายตายาวตามอายุจึงไม่ใช่โรค และในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันได้ โดยจะเกิดขึ้นกับทุกคนไม่ว่าจะมีค่าสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาปกติมาก่อนอายุ 40 ปีก็ตาม แม้แต่คนที่ทานอาหารบำรุงสายตาเป็นประจำ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้

ผลกระทบหากไม่แก้ปัญหาสายตายาวตามอายุ

สายตายาวตามอายุ

เมื่อใดก็ตามที่มีปัญหาสายตายาวตามอายุ และไม่แก้ไข จะทำให้ดวงตาของคุณรู้สึกเมื่อยล้า และหากปล่อยให้ปัญหาสายตายาวเกิดขึ้นต่อไปโดยไม่แก้ไข จะยิ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตที่ลำบากมากขึ้น เช่น อ่านตัวหนังสือขนาดเล็กได้ลำบาก, หรือเวลาอ่านหนังสือก็ต้องพยายามยืดแขนออก, มีปัญหาในการมองเห็นวัตถุระยะใกล้, ถ้ามีสายตาสั้นอยู่เดิม จะต้องถอดแว่นตาออกถึงจะมองใกล้ได้ชัดขึ้น

ทางที่ดีถ้ามีการแก้ไขที่ถูกต้องก็จะทำให้มองเห็นได้คมชัดเหมือนเดิม ทั้งยังไม่ต้องรู้สึกหงุดหงิดเพราะมองไม่ชัดเนื่องจากมีปัญหาค่าสายตาอีกต่อไป ที่สำคัญ คุณจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ท่องเที่ยว หรือ การออกกำลังกายได้เหมือนตอนก่อนอายุ 40

ค่าสายตาสั้นมาหักลบค่าสายตายาวตามวัย เพื่อให้ค่าสายตากลับมาเป็นปกติได้ ????

หากคุณมีความเชื่อแบบนี้ บอกได้เลยว่ากำลังเข้าใจผิดอยู่ เพราะการวัดว่าเรามีค่าสายตาสั้น เอียงหรือยาวโดยกำเนิด จะวัดกันที่การมองไกล ให้มองวัตถุที่วางอยู่ในระยะไกลและแก้ปัญหาด้วยการใส่ค่าสายตาที่ทำให้มองไกลชัด แต่สายตายาวตามวัยนั้นส่งผลต่อการมองใกล้ เกิดจากความเสื่อมของการโฟกัส ไม่ใช่ความเสื่อมที่เกิดจากแสงโฟกัสที่อยู่ในระยะไกล

ฉะนั้น ปัญหาสายตายาวตามอายุ และปัญหาสายตาอื่น ๆ จึงเป็นคนละเรื่องกัน  ไม่สามารถนำหลักการทางคณิตศาสตร์มาใช้และนำค่าสายตามาหักลบกัน

สายตากลับคืออะไร

สายตากลับเป็นภาวะที่เกิดจากเดิมสวนแว่นตามองอะไรได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นระยะไกลหรือระยะใกล้ แว่นตาชนิดนั้นจะต้องเป็นแว่นตาแบบ “สายตาสั้น” มาก่อนด้วย (เลนส์เว้า)

ครั้นพออายุมากขึ้นใกล้เลขสี่ จะมีภาวะสายตายาวตามอายุ ซึ่งต้องใส่แว่นตาชนิดเลนส์นูน สวมใส่เพื่อมองอะไรระยะใกล้ ๆ 1 – 2 ฟุต อ่านหนังสือ  จำเป็นต้องเอาแว่นตาออก เพื่อมองตาเปล่าจึงจะเห็นชัด หรือจับแว่นขึ้นไปเหน็บไว้บนหน้าผากอย่างที่เห็นบางคนชอบทำ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่าเดิมเป็นคนมีสายตาสั้นอยู่เท่าไร สมมติสั้นเพียง 2.00 ไดออปเตอร์ หรือภาษาชาวบ้านว่าสั้น 200 ครั้นอายุประมาณ 40 กว่า ๆ เช่น 44 ปี สมควรจะใช้แว่นตาอ่านหนังสือขนาด 200 จึงจะชัด คน ๆ นี้ ไม่จำเป็นต้องเอาแว่นมาสวม เพียงเอาแว่นตาอันเดิมที่สวมอยู่ 200 ออกเท่านั้นก็สามารถอ่านหนังสือได้ ทำให้คล้ายกับ “สายตากลับ” คือ จากที่เคยใส่แว่นอ่านหนังสือเป็นถอดแว่นอ่านหนังสือ

พฤติกรรมถอดแว่นอ่านหนังสือ จะเป็นอยู่เพียงช่วงของอายุ 1 – 2 ปี ต่อไปนาน ๆ เข้า คน ๆ นั้นก็ต้องมีแว่นอีกอันสำหรับอ่านหนังสือเหมือนคนปกติ คือแว่นสายตาชนิดเลนส์นูนนั่นเอง

คำว่าสายตากลับ จึงเป็นช่วงสั้น ๆ ของการที่ไม่ต้องใช้แว่นเมื่ออ่านหนังสือ หรืออีกนัยหนึ่ง คือการลดกำลังแว่นสายตาสั้นลงมาเมื่อจะใช้สายตาระยะใกล้นั่นเอง มิใช่การที่ตากลับคืนสู่สภาพปกติแบบคนทั่ว ๆ ไป โดยไม่ต้องใช้แว่นอีกเลย ไม่ว่าไกลหรือใกล้ตามที่เข้าใจกัน

จะหายไปได้หรือไม่ ?

คนสายตายาวตามอายุจะไม่หาย แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หมายถึง แว่นจะหนาขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้น ตามอัตราที่ให้ไว้ในตารางที่ 2 ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วภาวการณ์ปรับสภาพเลนส์ตาไม่สามารถทำต่อไปได้เนื่องจากแข็งตัว จะหยุดปรับตัวหรือไม่มีแรงปรับตัวอีกต่อไปแล้ว นั่นก็หมายถึงว่าเลนส์ตาผู้นั้น กำลังจะกลับกลายเป็นความขุ่นขาว แข็งตัว คือ “ต้อกระจก ระยะเริ่มแรกซึ่งพบในระยะอายุ 55-60 ปี ขึ้นไปจนกระทั่งสิ่งอายุขัย แว่นตาจะไม่ช่วยให้เห็นดีขึ้นต่อไปอีกแล้ว ต้องรอให้เลนส์ตาที่เป็นต้อสุกพอสมควร ค่อยผ่าตัดเอาต้อออกตามขั้นตอนของโรคต้อกระจก บางคนอายุ 60 กว่ายังเป็นต้อกระจก สามารถจะใช้แว่นตาแบบเลนส์นูน ช่วยการมองเห็นชัดต่อไปได้เรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นต้อกระจกก็ยังมี

Tags

Check Also

Close
Back to top button
Close