About Kids

เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น

ช่วงเวลาของวัยรุ่น นั้นเป็นวัยแห่งการค้นหา และเป็นวัยที่สับสน เพราะจะเป็นเด็กก็ไม่เชิง จะเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่นนั้น จะต้องมีความเข้าใจและเรียนรู้ถึง พฤติกรรมและความต้องการของลูกในช่วงวัยรุ่นนี้ไว้ เพื่อจะนำไปปรับใช้และช่วยพัฒนาลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ให้เติบโตไปในทิศทางที่ดีงาม MamyKid ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ วัยรุ่น ที่คุณพ่อคุณแม่น่าจะเรียนรู้ไว้ เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหา และ วิธี เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น มาฝากกันแล้วค่ะ

เมื่อไหร่ถึงเรียกว่า วัยรุ่น

การกำหนดช่วงอายุของการเข้าสู่ วัยรุ่น ไม่สามารถกำหนดได้ อย่างชัดเจน ทั้งนี้การเลือกใช้เกณฑ์การตัดสิน มีความแตกต่างกันในแต่ละทฤษฎี และสังคมที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปจะแบ่งช่วงของ วัยรุ่น เป็น 3 ช่วง คือ

  1. วัยรุ่นตอนต้น อยู่ในช่วงอายุ 10-13 ปี เป็นช่วงแรกของการเข้าสู่วัยรุ่น ในช่วงนี้วัยรุ่น จะยังมีพฤติกรรมค่อนข้างไปทางเด็ก เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทุกระบบ วัยรุ่นจะมีความคิดหมกมุ่นกังวล เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังจิตใจ ทำให้อารมณ์หงุดหงิดและแปรปรวนง่าย
  2. วัยรุ่นตอนกลาง อยู่ในช่วงอายุ 14-16 ปี เป็นช่วงที่มีพฤติกรรมก้ำกึ่ง ระหว่างความเป็นเด็กกับผู้ใหญ่  ช่วงนี้วัยรุ่นจะยอมรับสภาพร่างกาย ที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นหนุ่มเป็นสาวได้ เริ่มมีความคิดที่ลึกซึ้ง  ต้องการหาอุดมการณ์ และหาเอกลักษณ์ของตนเอง เพื่อความเป็นตัวของตัวเอง  
  3. วัยรุ่นตอนปลาย 17-19 ปี เป็นช่วงเวลาของการตัดสินใจ ที่จะเลือกอาชีพที่เหมาะสม และเป็นช่วงเวลาที่จะมีความผูกพันกับเพื่อนต่างเพศ สภาพทางร่างกายเปลี่ยนแปลงเติบโตโดยสมบูรณ์เต็มที่
เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น

พัฒนาการของวัยรุ่น

พัฒนาการของวัยรุ่นประกอบด้วย พัฒนาการทางด้านร่างกาย พัฒนาการทางจิตใจและสติปัญญา และพัฒนาการทางสังคม ดังนี้  

พัฒนาทางด้านร่างกาย – ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทั่วไป และการเปลี่ยนแปลงทางเพศ วัยนี้มีการสร้างและหลั่ง ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนของการเจริญเติบโต อย่างมากและรวดเร็ว ร่างกายจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แขนขาจะยาวขึ้น ผู้หญิงจะมีไขมันมากกว่าผู้ชาย  โดยผู้ชายมีกล้ามเนื้อมากกว่าเพศหญิง ทำให้เพศชายมีความแข็งแรงมากกว่าเพศหญิง

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศ คือ วัยรุ่นผู้ชายจะมีอาการนมขึ้นพาน เสียงแตก หนวดเคราขึ้น และเริ่มมี ฝันเปียก ส่วนวัยรุ่นหญิงจะเป็นสาวขึ้น คือ เต้านมมีขนาดโตขึ้น ไขมันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้รูปร่างมี ทรวดทรง สะโพกผายออกและเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก การมีประจำเดือนครั้งแรก เป็นสัญญาณบอกการเข้าสู่วัยรุ่นในหญิง ทั้งสองเพศจะมีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะเพศ ซึ่งจะมีขนาดโตขึ้น และเปลี่ยนเป็นแบบผู้ใหญ่ มีขนขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ มีกลิ่นตัวและมีสิวขึ้น

พัฒนาการทางจิตใจและสติปัญญา –  วัยนี้จะมีการพัฒนาสติปัญญาสูงขึ้น มีความคิดเป็นแบบรูปธรรม มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และสังเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นตามลำดับ  จนเมื่อพ้นวัยรุ่นแล้วจะมี ความสามารถทางสติปัญญาได้เหมือนผู้ใหญ่

แต่ในช่วงระหว่างวัยรุ่นนี้ อาจขาดความยั้งคิด มีความ หุนหันพลันแล่น ขาดการไตร่ตรองให้รอบคอบ มีความคิดเกี่ยวกับตนเอง มีเอกลักษณ์ซึ่งจะแสดงถึงความเป็นตัวตนอย่างชัดเจน มีความสามารถในการรับรู้ตนเอง จะเริ่มแสดงออกถึงสิ่งตนเองชอบ สิ่งที่ ตนเองถนัด มีภาพลักษณ์ของตนเอง คือการมองภาพของ ตนเอง ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ หน้าตา รูปร่าง  ความสวยความหล่อ ความพิการข้อดีข้อด้อยทางร่างกาย ของตนเอง  

นอกจากนี้ วัยรุ่น ต้องการได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน อย่างมาก และมี ความภาคภูมิใจตนเอง มีความเป็นตัวของตัวเอง รักอิสระ เสรีภาพ ไม่ค่อยชอบอยู่ ในกฎเกณฑ์กติกา เชื่อมั่นความคิดตนเอง มีปฏิกิริยาตอบโต้ผู้ใหญ่ที่บีบบังคับสูง ความอยากรู้ อยากเห็นอยากลองจะมี สูงสุดในวัยนี้ ทำให้อาจเกิดพฤติกรรมเสี่ยงได้ง่ายถ้าวัยรุ่นขาดการยั้งคิดที่ดี การได้ทำอะไรด้วยตนเอง และทำได้สำเร็จจะช่วยให้วัยรุ่นมีความมั่นใจในตนเอง การควบคุม ตนเอง  

พัฒนาการทางสังคม – วัยนี้จะเริ่มห่างจากครอบครัว ไม่สนิทสนมกับพ่อแม่พี่น้องเหมือนเดิม แต่จะสนใจเพื่อนมากกว่า จะใช้เวลากับเพื่อนนาน ๆ มีกิจกรรมนอกบ้านมาก เริ่มมีความสนใจเพศตรงข้าม สนใจ สังคมสิ่งแวดล้อม ปรับตัวเองให้เข้ากับกฎเกณฑ์กติกาของกลุ่ม ของสังคมได้ดีขึ้น มีความสามารถใน ทักษะสังคม การสื่อสารเจรจา การแก้ปัญหา การประนีประนอม การยืดหยุ่นโอนอ่อนผ่อนตามกัน และการ ทำงานร่วมกับผู้อื่น พัฒนาการทางสังคมที่ดีจะเป็นพื้นฐานมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และบุคลิกภาพที่ดี

การเรียนรู้สังคมจะช่วยให้ตนเองหาแนวทางการดำเนินชีวิตที่ เหมาะกับตนเอง เลือกวิชาชีพที่เหมาะกับตน  และมีสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อตนเองในอนาคตต่อไป

เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น

พ่อแม่ควร เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น แบบไหนถึงเหมาะสม

ต้องเข้าใจว่าวัยรุ่นต้องการอิสระ –  ช่วงวัยรุ่นนั้นเป็นวัยที่ไม่ชอบอยู่ในกรอบหรือกฎเกณฑ์มากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งกาย การพูดจา ท่าทาง การไว้ทรงผม ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่นนั้น จึงต้องระมัดระวังที่จะไม่สร้างกรอบ เพื่อบีบบังคับพวกเขามากจนเกินไป โดยคุณพ่อคุณแม่ควรให้อิสระกับลูกในช่วงวัยรุ่นในการตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ  แต่ในขณะเดียวกันคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยชี้แนะดูแลและให้กำลังใจพวกเขาอยู่ไม่ห่าง เพื่อไม่ให้ลูกคิดหรือทำอะไรที่ออกนอกลู่นอกทางมากจนเกินไป

เด็กในช่วงวัยรุ่นนั้นชอบการแสดงออก รักการแสวงหาประสบการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องเปิดโอกาสและสนับสนุนให้ลูกได้ทำในกิจกรรมต่างๆที่เขาชอบ ยกตัวอย่าง เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬา เป็นต้น

ต้องเข้าใจว่าวัยรุ่นต้องการความเข้าใจ – ในช่วงวัยรุ่นนั้นเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ หลายครั้งจึงอาจทำในสิ่งที่ผิดพลาดจากความหุนหันพลันแล่น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องมีความเข้าใจ ความเมตตาและให้อภัยเมื่อลูกวัยรุ่นทำในสิ่งที่ผิดพลาด อีกทั้งให้โอกาสพวกเขาได้แก้ตัวใหม่ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรตำหนิ ต่อต้าน หรือใช้วิธีลงโทษอย่างรุนแรง ทั้งเรื่องคำพูดหรือการลงโทษโดยใช้กำลัง เพราะจะยิ่งทำให้ลูกวัยรุ่นนั้นเตลิดไปได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่ควร เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น และให้โอกาสเค้าอยู่เสมอ

เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น

ต้องเข้าใจว่าวัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง – ในช่วงวัยรุ่นนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านร่างกายอารมณ์ สติปัญญาและความคิดอ่านกับมุมมองในการดำเนินชีวิต จึงทำให้บุคคลในช่วงวัยรุ่นอาจจะมีปัญหาในการปรับตัวและอาจมีความเชื่อมั่นในตนเองแบบผิด ๆ เนื่องจากในช่วงวัยรุ่นนั้น ต้องการการยอมรับและความสนใจจากคนอื่นเป็นอย่างมาก อยากดัง อยากโชว์ ชอบทดลอง และสนใจในสิ่งที่แปลกใหม่

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องมีความรักและความเข้าใจให้กับลูกในวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งหากลูกวัยรุ่นอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นมีความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของเขา โดยที่คุณพ่อคุณแม่คอยสนับสนุนและประคับประคอง ลูกก็จะผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นและเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ ไม่ยาก แต่ในทางที่ตรงกันข้ามหากลูกวัยรุ่นเติบโตมาในครอบครัวที่แตกแยก ขาดความรักและความเข้าใจในครอบครัวแล้ว ก็จะมีแนวโน้มที่เขาจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีนิสัยก้าวร้าวรุนแรง ต่อต้านสังคม หรืออาจเป็นไปถึงขั้นเป็นคนที่มีนิสัยและพฤติกรรมเป็นภัยสังคม เช่น เป็นพาลเกเร ติดยาเสพติด เป็นขโมย เป็นโจร เป็นต้น

การปรับตัวเข้าหาลูกวัยรุ่น

ไม่เริ่มคุยด้วยการบ่น – การพูดคุยจะต้องเข้าประเด็นตรงไปตรงมา และด้วยท่าทีที่เปิดใจ ไม่เริ่มด้วยการตำหนิบ่นว่า เพราะเป็นสิ่งที่ลูกวัยรุ่นไม่ยอมรับ มีการศึกษาพบว่าพ่อแม่ที่เริ่มการสนทนาด้วยวิธีบ่นเป็นประจำ จะทำให้ลูกวัยรุ่นหาทางออก ด้วยการเก็บตัวอยู่ในห้องและเล่นอินเทอร์เน็ตนานกว่าปกติ ซึ่งการติดใจอยู่ในโลกโซเชียลนาน ๆ จะทำให้มีโอกาสคบเพื่อนไม่ดี หรือนำพาไปสู่การเสพติดยาได้

เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น

ฝึกตนให้เป็นคนใจเย็นอยู่เสมอ – การใจเย็นเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะทำให้วัยรุ่นรู้สึกปลอดภัยและอยากอยู่บ้านมากขึ้น แทนที่จะออกไปหาสิ่งน่าดึงดูดใจภายนอกบ้านที่มีอันตราย ทั้งสถานที่เที่ยวกลางคืน ยาเสพติด เกมส์ การพนัน ฯลฯ การที่พ่อแม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอและให้เวลาพูดคุยกับลูกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ในแต่ละวัน จะทำให้บรรยากาศในการอยู่ร่วมกันมีความสุขและอบอุ่น

ไม่นำความเครียดมาลงที่ลูก – ไม่ว่าพ่อแม่จะต้องเผชิญกับภาวะเครียดจากการทำงาน หรือมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ซึ่งเป็นปัญหาของครอบครัวยุคใหม่ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ก็ไม่ควรแสดงอาการหงุดหงิด พาลโมโหใส่ลูก เพราะลูกในวัยรุ่นจะยังไม่เข้าใจภาระและความตึงเครียดอย่างผู้ใหญ่ พ่อแม่จึงต้องปรับอารมณ์ก่อนการพูดคุยกับลูกอยู่เสมอ และต้องพยายามรักษาบรรยากาศภายในบ้านให้เต็มไปด้วยความสุขตลอดเวลา

สิ่งที่พ่อแม่ทำให้ลูกห่างออกไป

บางครั้งเมื่อวัยรุ่นเกิดปัญหา อยากปรึกษาใครสักคน ก็ไม่กล้าเล่ากล้าคุยกับพ่อแม่เช่นกัน วัยรุ่นไม่ได้มองว่าพ่อ แม่เป็นคนแปลกหน้า แต่มาจากสาเหตุเหล่านี้ 

คิดว่าพ่อแม่เหนื่อยเลยเกรงใจ – บางทีลูกก็อยากเล่าใจจะขาด แต่เห็นพ่อแม่กลับมาบ้านเหนื่อย ๆ กลัวไปสร้าง ความรำคาญให้พ่อแม่ เกรงใจมาก ๆ เข้า เลยเป็นการเลี่ยงการพูดคุยกับพ่อแม่ไปโดยปริยาย พอจะกลับไปคุย ด้วย ก็เขินอายเลยเลิกคุยไปด้วยก็มี ส่วนพ่อแม่ก็วางใจนึกว่าลูกยังสบายดี โตแล้ว ดูแลตัวเองได้ดี เลยไม่มา ชวนลูก ๆ คุย กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างเบนออกจากกันและกันโดยไม่รู้ตัว

ชอบนำไปเล่าต่อ – เล่าต่อยังไม่เท่าไหร่ ถ้าเอาไปคุยข่มทับคนอื่น หรือเอาไปยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ว่า ในทางข่มหรือถ่อมตน สำหรับวัยรุ่นก็รู้สึกว่าพ่อแม่กำลังแฉความลับของตัวเองะ ถ้าได้ยินด้วยต่อหน้าก็ยิ่งรู้สึก วางหน้าไม่ถูก เพราะเหตุของการที่ผู้ใหญ่นำไปเล่าต่อข้อนี้ มักทำให้วัยรุ่นปิดปากไม่พูดเรื่องของตัวเองมากยิ่งขึ้นเลย 

จู้จี้ขี้บ่น – ช่องว่างระหว่างวัย ความสนใจของผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่ไม่เหมือนกัน รวมกับพัฒนาการของวัยรุ่นที่ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า ทำให้บางทีก็ไม่เป็นที่พอใจของผู้ใหญ่นัก แต่ในทางกลับกันมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีเหตุผลใน ความคิดของวัยรุ่น อย่างการลุกไปทำตามคำสั่งพ่อแม่ช้า แต่ลูกมีเรื่องติดพันทำให้เขาลุกไปทำตามคำสั่งไม่ได้ ทันที ซึ่งไม่ได้ตั้งใจชักช้า แม่ก็คิดว่าลูกขี้เกียจหรือดื้อ จึงบ่นยาว กลายเป็นคุณแม่ขี้บ่นไป ลูกวัยรุ่นก็ไม่เข้าใจว่า ทำผิดอะไร ทำไมต้องจู้จี้ขี้บ่นกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ทุกครั้ง

จ้องจับผิด – พ่อแม่ตั้งใจฟังลูก แต่ก็ฟังไปถามไป จับผิดไป สอนไป เล่าไม่ถึงไหนก็ถูกขัด “อ้าว แล้วเราไปทำแบบนั้นทำไมล่ะ” “นี่ลูกแย่เองหรือเปล่า” “ดูมา มาคิดอีกแบบนะ” คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่เหมาะสมตามแต่กรณีไป แต่ไม่ใช่กับการฟังลูกที่ยังพูดไม่จบ เพราะวัยรุ่นจะคิดว่า “นี่เรายังพูดไม่ทันจบ ก็หาว่าเราผิดซะแล้ว นี่ก็สอนอย่างเดียว นี่เราทำอะไรก็ผิดไปหมด ต่อไปเลิกพูดดีกว่า น่าเบื่อ” 

รู้สึกว่าไม่ได้ตั้งใจฟัง – เมื่อลูกรู้สึกอยากเล่าอะไรมาก ๆ ให้ใครฟังสักคน แต่เขาไม่สนใจฟังเรา แม้จะไม่ได้บอกปัดใด ๆ ก็ตาม ก็ทำให้อาการอยากเล่าอยากคุยลดหายไป ยิ่งสำหรับพ่อแม่ ซึ่งเป็นคนที่ลูกรักแล้ว การรู้สึกว่าท่านไม่ฟังเลย ยิ่งทำให้กำลังใจลดลงไป แล้วถ้าลูกรู้สึกแบบนี้เข้าบ่อย ๆ ก็ไม่อยากเล่าอะไรให้พ่อแม่ฟังอีก เพราะรู้สึกว่า เล่าไปพ่อแม่ก็ไม่สนใจ

ลูกสูบบุหรี่ !!!!

เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น

ปัญหาหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้เกิดกับลูกในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อคือ การไปลองสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นเรื่องของใจเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ต้องแก้ที่ใจ คือ

ปรับใจ – หากรู้มาว่าลูกลองสูบบุหรี่ แรกสุดคือปรับใจให้เย็นลงก่อน เมื่อใจเย็นลงแล้วจึงหาข้อมูลอธิบายให้ลูกเห็นว่าบุหรี่มีพิษร้ายอย่างไร ยิ่งเป็นภาพที่น่ากลัวและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงจะยิ่งทำให้ลูกคุณกลัวยิ่งขึ้น เช่น ภาพมะเร็งปอด มะเร็งคอ มะเร็งปาก ฯลฯ ที่สำคัญ คุณอาจได้บุญเพิ่มเป็นของแถม หากลูกของคุณนำข้อมูลน่ากลัวไปบอกต่อเพื่อนๆเขา เท่ากับทำให้ลูกคนอื่นเลิกบุหรี่ได้ด้วย

แปรใจ – สำหรับพ่อแม่ที่สูบบุหรี่ คุณต้องแปรใจหรือแปรพักตร์จากบุหรี่ ห้ามคิดเด็ดขาดว่าในเมื่อเราสูบได้ ลูกก็สูบได้ เพราะพ่อแม่ทุกคนล้วนอยากให้ลูกที่สุขภาพดีมีอายุยืนยาว และจะยิ่งดีที่สุดหากคุณสามารถเลิกบุหรี่ให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง เน้นทุกขั้นทุกตอนของการเลิกบุหรี่ให้เขารับรู้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยที่สุด หากเขายังไม่ติดบุหรี่ เขาจะถามตนเองว่าถ้ามันเลิกยากเลิกเย็นแบบนี้แล้วจะติดไปทำไม อย่างมากที่สุด หากเขาติดบุหรี่แล้ว เขาจะได้มีกำลังใจในการเลิก  

ปันใจ – วิธีนี้ใช้รางวัลเป็นของล่อใจ คุณต้องปันใจปันเงินพิเศษเพื่อซื้อของที่เขาอยากได้ เป็นรางวัลที่สามารถเลิกบุหรี่ได้ช่วงเวลาหนึ่ง อาจเริ่มจากหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน สามเดือน หกเดือน โดยคุณอาจถามเขาก่อน หากลูกไม่สูบบุหรี่หนึ่งเดือน ลูกคิดว่าจะนำเงินที่ประหยัดได้ไปซื้ออะไร คำตอบอาจเป็นของที่มีราคาต่ำกว่าหรือสูงกว่า แต่คุณให้เขาได้ วิธีนี้จะทำให้เขาเห็นว่า บุหรี่นอกจากทำให้เสียสุขภาพแล้ว ยังทำให้เสียเงินเปล่าๆ ทำให้เสียโอกาสได้ของที่อยากได้

เปิดใจ – สำหรับพ่อแม่ที่รู้ว่าลูกติดบุหรี่ คุณต้องเปิดใจยอมรับความจริงข้อนี้แล้วปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาคำตอบว่าลูกคุณติดุหรี่ขั้นไหน ติดไม่มาก ติดปานกลาง หรือติดเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนที่คุณหาวิธีรักษาได้อย่างเหมาะสม แต่หากคุณไม่เปิดใจยอมรับความจริง หลอกตัวเองว่าลูกคงสูบเล่นๆ สูบเฉพาะตอนอยู่กับเพื่อนๆแล้วละก็ อาจทำให้สายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ทัน

เปลี่ยนใจ –  วิธีนี้เป็นการเปลี่ยนใจลูกของคุณจากบุหรี่ โดยหากิจกรรมอื่นที่ทำให้เขาลดการสูบบุหรี่หรือเลิกบุหรี่ โดยคุณต้องรู้ก่อนว่าเขาสูบบุหรี่ตอนไหน เช่น สูบตอนเครียด สูบตอนอยู่กับเพื่อน สูบตอนอยู่คนเดียว จากนั้นจึงหากิจกรรมที่สามารถแก้ไขที่ต้นเหตุได้ หากเขาสูบเพราะเครียด คุณต้องสอนให้เขารู้ว่าการคลายเครียดทำได้หลายวิธี เช่นดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา ท่องเที่ยว หากเขาสูบตอนอยู่กับเพื่อน คุณลองแนะนำเพื่อนกลุ่มใหม่ให้เขา เป็นเพื่อนที่สนใจเรื่องเดียวกับเขา

Teenage

จะเห็นได้ว่าการ เข้าถึงใจลูกวัยรุ่น หรือ การเลี้ยงดูลูกวัยรุ่นอย่างมีคุณภาพนั้น พ่อแม่ยุคใหม่จะต้องใช้จิตวิทยาในการอบรม และดูแลอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยให้คำปรึกษา การเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ชีวิต ฯลฯ หวังว่าบทความนี้จะให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ในการปรับใช้กับครอบครัวของทุกท่าน เพื่อให้เด็กวัยรุ่นทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีสุขภาพจิตที่ดี อารมณ์แจ่มใส เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความสุข

Tags
Back to top button
error: Content is protected !!
Close